แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การตลาดแบบมีส่วนร่วม interactive marketing

กว่า 20 ปีที่แล้ว...ภาพนี้เป็นการเปิดประเด็น โอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
กับแนวคิดธุรกิจ ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ผู้ผลิต >>> ผลิตสินค้า >>> หาคนซื้อ

มาเป็น

ผู้ผลิต >>> หาคนซื้อ >>> ผลิตสินค้า

สู่ยุค

ใครอยากได้อะไรบอกมา >>> ผู้ผลิตจัดหาให้

จากบริการใกล้บ้านท่าน >>> บริการถึงบ้านท่าน

จากผู้ผลิต "สินค้า" ก็มาเป็นผู้ผลิต "บริการ"

สิ่งเดียวที่เครือข่ายร้านค้าปลึกและสาขาเครือข่ายร้านอาหารขาย คือ "บริการ"

อนาคตธุรกิจ ก็คือ "บริการถูกใจท่าน"

ผู้ที่สามารถบริการและตอบสนองความพึงพอใจลูกค้าได้ดีที่สุดและมากที่สุด ก็คือ ผู้นำทางธุรกิจ

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง


วันพุธที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อย่าหลงกระแส Do not stray stream

กระแส Gen Y – Gen Z ถูกหยิบยกมาสร้างกระแสนับ 10 ปี ในแวดวงธุรกิจขายตรง และเครือข่ายธุรกิจขายตรง...
บางครั้งการหลงกระแส ก็อาจจะเหนี่ยวนำสู่ปัญหาใหม่ที่ยากแก้ไข

3 คำถามในการนำองค์กรสู่อนาคต

1. ทุกองค์กรเครือข่ายมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง...คุณจะเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรใหม่ หรือจะพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรสู่คนรุ่นต่อไป

2. หลักการ และสัจจะธรรมการเติบโตสู่ความสำเร็จ ไม่เคยเปลี่ยน แต่รายละเอียดแตกต่างตามยุค...ผู้นำมีความรู้เพียงไรเกี่ยวกับ Gen Y – Gen Z หรือเพียงจินตนาการ แทนให้การศึกษาความรู้ความเข้าใจข้อเท็จจริงแก่ตนเองและนำพาทีมก้าวเดินสู่อนาคต...

3. จุดเด่นที่เติบโตมาถูกละเลย หรือเปล่า...คนที่มีศักยภาพสูง ย่อมมีทางเลือก เพื่อคุณค่าบางอย่าง การครองใจคน เป็นการครอบครองศักยภาพของเครือข่ายและทีม เพื่อก้าวไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทุกคนในเครือข่ายกำลังจ้องมอง ผู้นำ ว่าเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างที่พูดไว้หรือไม่ ???


เราจะใช้แนวคิดเพื่อแบ่งแยกวัย หรือ จะใช้แนวคิดการสืบทอดเจตนารมณ์ และประสบการณ์ร่วม

สำหรับผม...จะตรวจสอบความยั่งยืนขององค์กร ผมมีหลักคิดง่ายๆ ว่า
นำอายุของคนที่ Active มารวมกัน เพื่อหาค่าเฉลี่ยอายุคนในองค์กร...ความหมายตามภาพ


ด้วยรัก
อ.กอบชัย ศรบรรจง




Action By ReAction


คำถามยอดฮิตอีกหนึ่งคำถาม จากผู้ที่ทุ่มเทสู่เป้าหมาย...
คือ "ผมทำงานหนักมาก ทำไมไม่สำเร็จสักที"
คำตอบที่ผมให้ คือ "กูจะไปรู้เรื่องของมึงหรือ"

จริงๆ แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

แต่จากประสบการณ์ของผมเอง ผมใช้หลัก
"Action By ReAction" ใช้มากว่า30ปี

เพราะผมตระหนักว่า ทุกการกระทำที่ผมได้ทุ่มเทและพยายามอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุเป้าหมาย ล้วนมีต้นทุนในตัวของมันเอง

ดังนั้นแล้ว ทุกการกระทำที่ได้กระทำลงไป ต้องมีแนวโน้มที่ได้รับการตอบสนองที่น่าพึงพอใจในระดับหนึ่ง จึงคุ้มต้นทุนการกระทำ

ผู้คนจำนวนมากทุ่มเทการกระทำที่สูงค่า ไปกับสิ่งที่ให้ผลตอบสนองที่ต่ำกว่าต้นทุนการกระทำ...ผลที่ได้ก็เป็นไปตามแนวโน้มนั้นๆ

ยิ่งผลตอบสนองมีคุณค่าต่ำกว่าต้นทุนการกระทำ...ผลคือ ยิ่งทุ่มเทยิ่งห่างไกล ความสำเร็จ

หากเปรียบกับการลงทุน คือยิ่งทำยิ่งขาดทุน ผลคือเจ๊ง ครับ...

แทนที่จะมาถามผมว่า "ผมทำงานหนักมาก ทำไมไม่สำเร็จสักที"

ลองกลับไปถามตัวเองว่า "ที่ตัวกูทำอยู่นี่...มันได้รับการตอบสนองที่คุ้มค่าไหม" คำตอบอยู่ตรงนั้น

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ และ สถานที่กลางแจ้ง


วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

โลกแห่งความจริง กับ โลกเสมือนจริง Real world VS. Virtual World

โลกแห่งความจริง กับ โลกเสมือนจริง

Real world VS. Virtual World

ผู้สำเร็จ...ใช้โลกออนไลน์ เป็นเครื่องมือของชีวิตจริง
ผู้หลงทาง...ใช้ชีวิตจริง เป็นเครื่องมือของโลกออนไลน์


ความสำเร็จที่เกิดในโลกเสมือนจริง
มักเกิดจากการเรียนรู้และฝึกฝนในโลกแห่งความเป็นจริง

ผู้สำเร็จมักเรียนรู้และฝึกฝนตนในโลกแห่งความเป็นจริง
โดยมีโลกเสมือนจริงเป็นเครื่องมือเสริมสร้างสู่ความสำเร็จ

ในโลกแห่งความจริง...คุณต้องเรียนรู้และฝึกฝนจนกว่าสำเร็จ
ในโลกเสมือนจริง...คุณต้องดีพอที่จะใช้เครื่องมือนี้ให้เกิดผลสูงสุด

ผู้สำเร็จ...ใช้โลกออนไลน์ เป็นเครื่องมือของชีวิตจริง
ผู้หลงทาง...ใช้ชีวิตจริง เป็นเครื่องมือของโลกออนไลน์ 

ด้วยรัก...กอบชัย ศรบรรจง

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560



Passive Income คือ อะไร ?

ทุกคนต้องทำงาน...
เพียงแต่การทำงานนั้นสร้าง “มูลค่า” หรือ “คุณค่า”

“มูลค่าของงาน” เพียงพอสำหรับการได้ผลตอบแทน

เมื่อคุณยังสามารถทำงานได้สมราคา

“คุณค่าของผลงาน” เป็นผลตอบแทนในสิ่งที่คุณเคยทำสำเร็จ

และยังส่งผลอย่างต่อเนื่อง

ด้วยรัก

กอบชัย ศรบรรจง

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว The mental is the boss. - The body is the servant.

จิต เป็น นาย - กาย เป็น บ่าว

The mental is the boss. - The body is the servant.

 

 

ความสำเร็จส่วนใหญ่เริ่มต้นจากความเชื่อ ความศรัทธา สู่การลงมือทำ ระหว่างที่ก้าวเดิน ย่อมมีผลลัพธ์ที่ดีบ้าง พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง และอาจจะถึงกับไม่ดีเลยก็มี ซึ่งทำให้เราท้อแท้ห่อเหี่ยว

การลงมือทำ ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับการบรรลุจุดหมายปลายทางแห่งความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญอยู่ระหว่างการเดินทางที่เราต้องเก็บเกี่ยวให้ได้ คือ "ปัญญา" ความรู้ที่จะทำให้เราลงมือทำครั้งต่อไปให้ได้ผลที่ดีขึ้น

ผู้มีความเชื่อมั่น เพียรพยายาม และเพิ่มพูนปัญญาทุกย่างก้าวที่ก้าวเดินไปข้างหน้า ย่อมได้ผลลัพธ์ที่เพิ่มพูนขึ้น จนบรรลุผลสำเร็จในที่สุด

จิต เป็นนาย ความเชื่อ ความศรัทธา และทัศนคติ คือสิ่งที่เราใช้สร้างความใฝ่ฝันให้เกิดขึ้น

กาย เป็นบ่าว การลงมือทำ ด้วยความเพียรพยายาม อย่างมีวินัย คือบ่าวผู้ซื่อสัตย์ ที่จะนำพา จิต ให้บรรลุผล สร้างฝันให้เป็นจริง

ความล้มเหลว ระหว่างทาง คือบทเรียนแห่งปัญญา ที่จะบังเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางสู่ฝั่งฝัน...


ผู้ที่มีความใฝ่ฝันที่เท่าเทียมกัน การลงมือทำที่เท่าเทียมกัน แต่บรรลุผลสำเร็จที่แตกต่างกัน เพียงเพราะ ระหว่างทาง ปัญญาที่บังเกิดไม่เท่าเทียมกัน...มันก็เท่านั้นเอง

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อย่าเอากะโหลก... ไปโขกหิน Do not take skull… To headbutt a rock



อย่าเอากะโหลก... ไปโขกหิน

Do not take skull… To headbutt a rock

อย่าทำลายขวัญของทีม ด้วยยกย่องจุดแข็งของคู่แข่งข่มจุดอ่อนของทีม... Do not break the morale of the team. By bringing strengths of the other team Compared to the weakness of our team.

ทีมแกร่งหลายทีมต้องล่มสลาย เพราะ ผู้นำทีมไม่ได้ตระหนักในท่าทีของตนเอง ในการยกย่องจุดเด่นของทีมอื่นๆ เกินงาม แล้วนำมาเทียบเคียงจุดอ่อนของทีม เพื่อคาดหวังให้ทีม ฉุกคิดเพื่อความก้าวหน้าและพัฒนาศักยภาพของทีม... แต่มักลืมคิดไปว่า บุคลากรในทีม อาจจะเสียขวัญ และค้างคาใจว่า “แล้วทีมของเรา ภายใต้การนำของคุณ มีอะไรดีบ้าง”

การยกย่องจุดเด่นของทีมอื่นๆ ที่มีศักยภาพเป็นเรื่องดี ที่เราต้องนำเสนอให้ทีมของเรา ได้ตระหนักถึงจุดเด่นของทีมเรา เพื่อพัฒนาศักยภาพจุดเด่นของตนเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่นำจุดอ่อนของเราไปเทียบเคียงกับจุดแข็งของคนอื่นๆ

ทุกๆ ทีม ที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมมีจุดเด่นที่แฝงอยู่ในทีม เมื่อจุดเด่นนั้นถูกพัฒนาให้ดีขึ้น และส่งผลอย่างเต็มที่ ผลที่ได้ ทีมก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว... แต่ถ้าวันนี้ มีทีมอื่นๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เราอัตราการเติบโตลดลง หมายความว่า “ทีมของเขา ไม่ได้ดีกว่า ทีมของเรา ในทุกด้าน” เพียงแต่เรายังไม่ได้ตระหนักถึงศักยภาพของจุดแข็งภายในทีม ที่จะถูกพัฒนาขึ้นมาให้โดดเด่น...

ผู้นำที่ชาญฉลาด ย่อมต้องรู้ซึ้งว่า ทุกทีมย่อมมีความสามารถอย่างโดดเด่น ที่จะพัฒนาจุดแข็งของทีมตนเอง ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงไม่ควรหยิบยกเอาจุดแข็งของทีมอื่นมาพัฒนาแทนจุดแข็งของเราเอง เพราะนั่นอาจจะเป็นจุดจบของทีม... แต่ เราสามารถนำเอาจุดแข็งของแต่ละทีม ต่อยอดจุดแข็งที่เรามีอยู่

คำถามที่ผู้นำทีม จะต้องตอบก่อนที่จะปรับปรุงทีมให้แข็งแกร่งอีกครั้ง คือ “คุณรู้จุดอ่อน-จุดแข็งของตนหรือเปล่า และจะตัดสินใจเลือกแนวทาง พัฒนาจุดแข็ง หรือ พัฒนาจุดอ่อน”



อย่า เยินยอทีมคู่แข่ง จนทำลายขวัญของทีมตนเอง

จง ตั้งหลักที่จุดแข็งของตนเอง และนำเอาข้อดีรอบตัว
มาต่อยอดให้เหมาะสม

มุ่ง พัฒนาจุดแข็ง เพิ่มศักยภาพของตนเองและทีม
อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อ กำจัดจุดอ่อน


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง



 



วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ความกตัญญู กับ การทำธุรกิจเครือข่ายการตลาด Gratitude Against Network Marketing Business.



ความกตัญญู กับ การทำธุรกิจเครือข่ายการตลาด



Gratitude Against Network Marketing Business.


ความกตัญญู ประดุจ สายใยแห่งความผูกพัน

ซึ่งมีความแข็งแกร่งเหนือสายสัมพันธ์

               ความกตัญญู คือ การรู้บุญ รู้คุณ รู้ความดี และการระลึกพร้อมตอบแทน แต่มิใช่ว่าตอบแทนกันแล้วก็หายกันไป แต่ท่านหมายรวมถึงการมีใจรำลึกถึงคุณความดีที่เคยให้ความอุปการะแก่เรา ด้วยความเคารพยิ่ง ท่านว่าสิ่งของหรือผู้ที่ควรกตัญญูนั้นมีดังนี้...






สิ่งที่ควรกตัญญู แบ่งได้เป็น ๕ ประการ


                ๑. กตัญญูต่อบุคคล คือ ใครก็ตามที่เคยมีพระคุณต่อเรา จะต้องกตัญญูรู้คุณท่าน ติดตามระลึกถึงเสมอ พยายามหาโอกาสตอบแทนคุณท่าน โดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ พระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม... 


                ๒. กตัญญูต่อสัตว์ คือ สัตว์ที่มีคุณต่อเรา เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ที่ใช้งาน จะต้องใช้ด้วยความเมตตากรุณาปราณี ไม่เฆี่ยนตีมันจนเหลือเกิน อย่าใช้งานหนักจนเป็นการทรมาน และเลี้ยงดูให้อาหารอย่าให้อดอยาก ให้ได้กินได้นอนได้พักผ่อนตามเวลา


                ๓. กตัญญูต่อสิ่งของ คือ ของสิ่งใดก็ตามที่มีคุณต่อเรา เช่น หนังสือธรรมะ หนังสือเรียน สถานศึกษา วัด ต้นไม้ ฯลฯ จะต้องปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้ให้ดี ไม่ลบหลู่ดูแคลน ไม่ทำลาย

     ผู้ ใดพำนักอาศัยนั่งนอนใต้ร่มเงาของต้นไม้ใดแล้ว ยังขืนหักกิ่งลิดก้านรานใบ เด็ดยอดขุดรากถากเปลือก ผู้นั้นชื่อว่าทำร้ายมิตร เป็นคนชั่วช้าเลวทราม จะมีแต่อัปมงคลเป็นเบื้องหน้า


                ๔. กตัญญูต่อบุญ คือ รู้ว่าคนเราเกิดมามีอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดี สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความสุขความเจริญ มีทรัพย์มาก ก็เนื่องมาจากผลของบุญ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยบุญ จึงมีความรู้คุณของบุญ มีความอ่อนน้อมในตัว ไม่ดูถูกบุญ ตามระลึกถึงบุญเก่าให้จิตใจชุ่มชื่น และไม่ประมาทในการสร้างบุญใหม่ให้ยิ่งๆขึ้นไป


                ๕. กตัญญูต่อตนเอง คือ รู้ว่าร่างกายนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะได้อาศัยใช้ในการทำความดี สร้างบุญ เพื่อความสุข ความเจริญก้าวหน้าแก่ตนเอง จึงทะนุถนอมดูแลร่างกาย ไม่ทำลายด้วยการกินเหล้า เสพยาสิ่งเสพติด เที่ยวกลางคืน และไม่นำร่างกายไปประกอบกรรมชั่ว เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เจ้าชู้ อันเป็นการทำลายตนเอง


               ธุรกิจเครือข่ายอิสระ ไร้สายบังคับบัญชา แต่เชื่อมโยงด้วยสายสัมพันธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข และเครือข่ายที่เข้มแข็งผูกพันด้วยความรู้สึกที่ระลึกถึงสิ่งดีงามของกันและกัน  ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการที่สำคัญของคำว่า “กตัญญู”


การทำงานที่ดี สร้างสายสัมพันธ์ที่ดี... ก่อเกิด ความกตัญญู สร้างความผูกพัน ด้วยการระลึกในสิ่งดีงามของกันและกัน...

               ขอเพียงผู้เข้าถึง “กตัญญู” ผู้นั้นย่อมมี “กตเวทิตา” ไม่อ้างเอาบุญคุณแก่ตน ด้วยคำว่า ฉันกตัญญูกว่า... เพราะ ความกตัญญู เป็นการตระหนักรู้แก่ตนให้ถึงพร้อมน้อมตอบแทนคุณ หากเป็นดังนี้แล้วทุกคนก็จะมอบความดีงามตามแต่กำลังของตนแก่สังคม และก็เป็นการน้อมตอบแทนคุณด้วยใจระลึกถึง...  มิใช่มัวแต่อ้างเอาบุญเอาคุณจากผู้อื่น เพียงเพื่อทำให้เห็นว่าตน คือผู้กตัญญูกว่า

               เครือข่ายวัฒนธรรมตะวันออก เป็น เครือข่ายที่ผูกพันด้วยความกตัญญูอย่างลึกซึ้ง ซึ่งแตกต่างจากบางวัฒนธรรม ที่ผูกพันด้วยผลประโยชน์เป็นหลัก...  ดังเห็นจากการเติบโตของเครือข่ายวัฒนธรรมตะวันออกที่แตกขยายไปในทั่วโลกนับร้อยปี ล้วนสะท้อนสังคมเครือข่ายวัฒนธรรมร่วมกันอย่างเหนียวแน่น ผูกพันกันเป็น ไทยทาวน์ ไชน่าทาวน์ เป็นต้น  ความผูกพันนี้ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความกตัญญูต่อมาตุภูมิ


               เครือข่ายธุรกิจไทย ก้าวไกลทั่วโลก ด้วยแรงกตัญญู เริ่มต้นจากสายสัมพันธ์แห่งความดีงามที่มอบแก่กัน ผูกพันทุกสายใยแห่งความดีด้วยความกตัญญู ระลึกถึงสิ่งดีงามซึ่งกันและกัน เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแห่งความสำเร็จที่พร้อมสนับสนุนเกื้อกูลกันและกัน เพื่อ ส่งมอบสิ่งสวยงามนี้ สู่ ทุกผู้คนที่ก้าวเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจ... ไทยแลนด์โมเดล



ด้วยรัก

กอบชัย ศรบรรจง

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“ผู้นำ กับ ความเชื่อ” “Leader Against Belief”



“ผู้นำ กับ ความเชื่อ” ในการสร้างธุรกิจเครือข่าย



“Leader Against Belief” In the creation of business networks.




             ผมจำได้ว่า เมื่อผมก้าวเข้าสู่การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายใต้ 2 แนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ ที่เชื่อว่า

1.      หากเราผลิตสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ลูกค้าย่อมไม่ปฏิเสธการซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง (เราผลิตสินค้าที่ดีที่สุด ที่ลูกค้าต้องการซื้อ และจำเป็นต้องซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง)     We Deliver The Best.
2.      เราเชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่ต่อสู้ดิ้นรนทำงานหนัก ก็เพื่อการได้ชื่นชมความสำเร็จของธุรกิจที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา: Business Of Your Own

             สำหรับผม นั่นคือความเชื่อแรก ที่สมเหตุสมผล จากผู้นำที่ก่อร่างสร้างธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของโลกบอกเรา มันเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ให้เราเชื่อตาม แต่เป็นความเชื่อที่เราบอกให้เรารู้ว่า เขาเชื่ออย่างนั้น และนั่นคือหลักความเชื่อทางธุรกิจที่เราต้องลงมือแสวงหาคำตอบเอง เพราะเจตนารมณ์ ของผู้นำเครือข่ายธุรกิจ คือ “การเป็นผู้นำของผู้นำเครือข่าย ไม่ใช่ผู้จัดการฝ่ายขาย หรือเป็นเพียงหัวหน้าของลูกจ้างในบริษัท”


             2 ความเชื่อแรก เป็นความเชื่อของการสร้างธุรกิจของผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 2 ท่าน มอบความเชื่อนี้ให้เราพิสูจน์ว่า "หากมีแนวคิดความเชื่อนี้คอยสนับสนุนท่านทั้งหลายดำเนินธุรกิจของท่านเอง ท่านสนใจหรือไม่???" สำหรับอีกความเชื่อหนึ่งที่ผมได้ซึมซับมาก็คือ ท่าน 2 ผู้ก่อตั้งธุรกิจท่านเชื่อว่า   “You Can Do It, Too!” ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ ด้วยปัจจัย 2 ประการคือ
1.       มีความต้องการที่จะสำเร็จในธุรกิจนี้
2.       มีความพยามที่จะทำธุรกิจนี้ให้สำเร็จ



             ท่านสองผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความเชื่อของท่าน และท่านก็มอบความเชื่อนั้นให้ผู้ที่มีความเชื่อเฉกเช่นเดียวกับท่าน ได้ลองศึกษาและลองทำดูด้วยตนเอง ท่านทั้งสองไม่เคยบอกให้ใครต่อใครเชื่อท่านแล้วทำตาม เพราะหากเราคือผู้นำที่ต้องการสร้างผู้นำที่สามารถสร้างผู้นำที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นข้อควรระวังคือ “ผู้นำอย่า ใช้ความเชื่อ ของตน ครอบงำผู้อื่นให้ต้องทำตาม แต่ จงแบ่งปันความเชื่อ ของตนให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับความสำเร็จ” เฉกเช่นเดียวกับการแบ่งปันความเชื่อของท่านสองผู้ก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายฯ เพราะท่านทั้งสองเชื่อว่า “มนุษย์ทุกคน เป็น ปัจเจกบุคคล” ท่านทั้งสองเชื่อในศักยภาพที่แตกต่างหลากหลาย และไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ทุกคน หลายคำปราศรัยของท่านทั้งสองหลายครั้ง ท่านแบ่งปันความเชื่อในเรื่องราวการได้ค้นพบตนเอง เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย


             “เชื่ออัพไลน์ ทำตามอัพไลน์” กับ “เชื่อสองผู้ร่วมก่อตั้งฯ เพื่อค้นพบตนเอง” สองสิ่งนี้อาจจะเหมือนกันหรือไม่ ผมเองคงมิอาจจะคาดเดาความคิด ความเชื่อของแต่ละท่าน หรือให้คำตอบใดๆได้ แต่เมื่อวันที่ผมเริ่มต้นในธุรกิจเครือข่ายฯ สิ่งที่ผมเรียนรู้ ก็คือ จงเชื่ออัพไลน์ เรียนรู้วิถีแห่งความสำเร็จ และมีวินัยดั่งผู้สำเร็จ เพื่อค้นพบตนเอง...

“เมื่อผมยอมรับความเชื่อใดแล้ว ผมก็จะเรียนรู้ให้หลากหลาย
เพื่อเปล่งประกายของตนเองให้เจิดจ้า”
                               
             เชื่อใจอัพไลน์ เรียนรู้ทุกรูปแบบวิถีความสำเร็จ เพื่อต่อยอดความรู้ ภูมิปัญญา และสร้างวินัยแห่งความสำเร็จในแบบฉบับของตนเอง ความสำเร็จของอัพไลน์อาจจะไม่ใช่ตัวตนของดาวน์ไลน์ แต่ในฐานะอัพไลน์ก็ขอเพียงเป็น 1 แสงเทียนที่ส่องสว่างให้ดาวน์ไลน์ และเพื่อนๆ ได้มองเห็นเส้นทางค้นการพบตนเอง เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จอันพึงปรารถนาสูงสุดของตนเอง... เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิถีแห่งความสำเร็จ สำหรับแบ่งปัน

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง
                               






วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นักขาย นักธุรกิจ นักธุรกิจการขาย นักการตลาดเครือข่าย : โดย กอบชัย



นักขาย นักธุรกิจ นักธุรกิจการขาย นักการตลาดเครือข่าย : โดย กอบชัย



Salesman, Businessman, Business sales, Network marketers : By Kobchai

 นักขาย คือ ผู้แสวงหารายได้จากปัจจุบัน เพื่อปัจจุบันให้มากที่สุด

มีผู้คนจำนวนมากก้าวสู่วงการขาย โดยภาวะจำยอม เพื่อรายได้เฉพาะหน้า เพื่อรายได้พิเศษ เพื่อเหตุผลต่างๆ ของแต่ละคน มีเพียงไม่มากนักที่ก้าวสู่วงการขาย ด้วยความเต็มใจ และก้าวไปข้างหน้าจนประสบความสำเร็จ เป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ บนเส้นทางการขาย รายได้ ผลประโยชน์เฉพาะหน้าเป็นสิ่งสร้างแรงจูงใจ เพื่อการก้าวไปข้างหน้าของนักขาย ผู้คนบนเส้นทางการขาย จะวนเวียนอยู่ในวังวนของ ยอดขาย เป้าหมายการขาย ผลตอบแทนรูปแบบต่างๆ ที่เป็นแรงจูงใจ ผมเองก็เคยอยู่ในวังวนนี้หลายปี หลายปีจนบางครั้งมีความรู้สึกว่ากลัวที่จะแวกวังวนนี้ออกไป แต่ก็โชคดีที่มีลูกค้าร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดแห่งในจังหวัดกาญจนบุรี ได้สอนผม และนี่คือจุดเปลี่ยนทางความคิด ประโยคนั้นก็คือ “การเป็นเซลล์ก็รายได้ดี แต่เป็นอาชีพที่จะตาย-เขาก็ไม่ให้ตาย จะโต-เขาก็ไม่ให้โต เฮียต้องรู้จักเป็นเจ้าของกิจการตัวเอง เพราะเวลาพลาด เวลาล้ม ก็ล้มบนพื้นฐานกิจการของตนเองที่มีฐานที่แน่นขึ้นและสูงขึ้น”

นักธุรกิจ คือ ผู้ยินดีลงทุนในปัจจุบัน เพื่อสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในอนาคต

นักธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการลงทุนในกิจการที่ตนเห็นว่ามีอนาคตที่คุ้มค่า นักธุรกิจยินดีทุ่มเทเงินยอมจ่ายก่อนแล้วทยอยเก็บเกี่ยวต้นทุนคืนภายหลัง โดยคาดหวังว่าในอนาคตสิ่งที่ได้รับจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของตนเอง แน่นอนที่สุดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง มีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ได้ผลคุ้มค่าที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเกินกว่า 10 ปี และเรื่องหนักใจอีกเรื่อง ก็คือ บางกิจการเมื่อจะตกทอดให้ลูกหลาน กลับไม่เป็นที่ยอมรับของลูกหลาน เพราะสิ่งที่รุ่นพ่อแม่อยากทำ ไม่ได้หมายความว่าลูกๆ อยากทำ แต่อย่างไรก็ตามนักธุรกิจ ก็สามารถตอบแทนตนเอง ด้วยความสามารถของตนเอง

นักธุรกิจการขาย คือ ผู้ลงทุุนสร้างรายได้จากปัจจุบัน เพื่อสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในอนาคต

นักธุรกิจการขาย เป็นคำที่ผมใช้เรียกนักขายในเครือข่ายธุรกิจ เนื่องจากนักขายที่ก้าวสู่แวดวงธุรกิจเครือข่ายที่ดี จะได้รับการคุ้มครองสิทธิความสำเร็จทางธุรกิจให้สามารถตกทอดสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้างธุรกิจของตนเอง ภายใต้การสนับสนุนสินค้าและบริการตามระบบการตลาดของผู้ผลิตสินค้า การเริ่มต้นของนักธุรกิจการขาย เราสามารถเริ่มต้นจากนักขาย สู่นักธุรกิจในเวลาเดียวกัน โดยเราได้สิทธิในการขายพร้อมๆ กับสิทธิการขยายตลาด เพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจของตนเอง

นักการตลาดเครือข่าย คือ ผู้สอนนักขาย ให้ก้าวสู่นักธุรกิจการขาย เพื่อเป็นนักการตลาดเครือข่ายที่ดี

บางคนเป็นได้เพียง นักขาย เพราะ ความคิดเขา คือ นักขาย
บางคนเป็นได้เพียง นักธุรกิจ เพราะความคิดเขา คือ นักธุรกิจ
บางคนเป็นได้เพียง นักธุรกิจการขาย เพราะความคิดเขา คือ นักธุรกิจการขาย
นักการตลาดเครือข่าย ก็คือ นักพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ
หากท่านสนใจ หรือคิดก้าวสู่ ธุรกิจเครือข่าย ท่านต้องเลือกที่จะเป็นอะไรให้ชัดเจน

(ข้อมูลนำเสนอเป็นเพียงทัศนะ และความเชื่อส่วนตัวของ กอบชัย ศรบรรจง)

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง