แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้นำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้นำ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ความสำเร็จของใคร Who's success

ความสำเร็จ ของคุณ... หรือ ความสำเร็จ ของใคร... ???

การสร้างครอบครัวที่ดี ก็ต้องมี "ศรีภรรยา"

การสร้างอนาคตที่ดี ก็ต้องมี "งานที่ดี"

ผลของครอบครัวที่มีความสุข
ย่อมมีความสัมพันธ์กันของ
ความสำเร็จในงานที่ทำ กับ
ความสำเร็จของการสร้างครอบครัว...

เริ่มต้น...ที่ตัวคุณ


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง




ภาพผลลัพธ์ Black & White or GreyScale

#9kobchaiblog

บ่อยครั้งที่การแก้ปัญหา เราอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ เพียงถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่

ภาพรวมที่เราต้องการ อาจจะต้องการความผสมกลมกลืนของผลลัพธ์และความจริงที่ลงตัว แบบโทนเทา ไม่ใช่ ขาว-ดำ

ท่านสามารถเลือกได้ ว่าต้องการผลแบบ Black & White หรือ GreyScale ในเมื่อความเป็นจริง ไม่มีใครรู้ลึกและครอบคลุมข้อเท็จจริง แบบสี true colors

แสวงจุดร่วม + สงวนจุดต่าง สู่ผลลัพธ์ที่งดงามสำหรับทีม

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ

วันพุธที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560

กระบวนการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning Process

นักเรียน เรียนหนังสือ เพื่อเกรดในแต่ละเทอม...

ผู้ใหญ่ ยอมเรียนหนังสือ เพื่อตอบสนองสิ่งที่ตนเองต้องการ... 


ด้วยรัก
อ.กอบชัย ศรบรรจง

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ทำงานเยี่ยงเรา Work like us


การกินมื้อเย็นในทัศนียภาพเยี่ยงเรา เมื่อวันนั้น...

เราคงบอกได้เพียง วัน เวลา สถานที่ และรายการอาหารที่น่าในใจ

หลังจากนั้น...ผู้คนส่วนหนึ่งก็จะทำเยี่ยงเรา

ในวัน เวลา สถานที่ และเมนูอาหารที่เขาชอบเอง

ภาพที่ได้ถึงแม้จะแตกต่าง แต่ก็มุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จเดียวกัน

จงเคารพ วัน เวลา สถานที่ และเมนูที่เขาชอบ...


ด้วยรัก
อ.กอบชัย ศรบรรจง

แจกันดอกไม้ flower vase


แจกันดอกไม้นี้ อยู่ในห้องพัก 3 วัน...

คนที่จัดแจกัน ย่อมมีอารมณ์ศิลป์ และจินตนาการของตนเอง

เราเพียงได้เป็นผู้ชื่นชม ในความงามและความลงตัวของผลงาน

หากเราขอเพิ่มดอกไม้ หรือลดดอกไม้ เพียงดอกเดียว มันก็มากเกินพอที่จะทำลายทั้งจินตนาการและอารมณ์แห่งศิลปะ ของผู้จัดแจกัน

เมื่อสิ่งนี้คืองานที่คุณเชี่ยวชาญ...ผมขอเป็นเพียงผู้ชมและกองเชียร์


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง




Action By ReAction


คำถามยอดฮิตอีกหนึ่งคำถาม จากผู้ที่ทุ่มเทสู่เป้าหมาย...
คือ "ผมทำงานหนักมาก ทำไมไม่สำเร็จสักที"
คำตอบที่ผมให้ คือ "กูจะไปรู้เรื่องของมึงหรือ"

จริงๆ แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

แต่จากประสบการณ์ของผมเอง ผมใช้หลัก
"Action By ReAction" ใช้มากว่า30ปี

เพราะผมตระหนักว่า ทุกการกระทำที่ผมได้ทุ่มเทและพยายามอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุเป้าหมาย ล้วนมีต้นทุนในตัวของมันเอง

ดังนั้นแล้ว ทุกการกระทำที่ได้กระทำลงไป ต้องมีแนวโน้มที่ได้รับการตอบสนองที่น่าพึงพอใจในระดับหนึ่ง จึงคุ้มต้นทุนการกระทำ

ผู้คนจำนวนมากทุ่มเทการกระทำที่สูงค่า ไปกับสิ่งที่ให้ผลตอบสนองที่ต่ำกว่าต้นทุนการกระทำ...ผลที่ได้ก็เป็นไปตามแนวโน้มนั้นๆ

ยิ่งผลตอบสนองมีคุณค่าต่ำกว่าต้นทุนการกระทำ...ผลคือ ยิ่งทุ่มเทยิ่งห่างไกล ความสำเร็จ

หากเปรียบกับการลงทุน คือยิ่งทำยิ่งขาดทุน ผลคือเจ๊ง ครับ...

แทนที่จะมาถามผมว่า "ผมทำงานหนักมาก ทำไมไม่สำเร็จสักที"

ลองกลับไปถามตัวเองว่า "ที่ตัวกูทำอยู่นี่...มันได้รับการตอบสนองที่คุ้มค่าไหม" คำตอบอยู่ตรงนั้น

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ และ สถานที่กลางแจ้ง


กำหนดจุดยืน ก่อน แสวงจุดเปลี่ยน Establish a position

"กำหนดจุดยืน ก่อน แสวงจุดเปลี่ยน..."

บ่อยครั้งที่ได้ยินเรื่องราวของการแสวงหาความเปลี่ยนแปลงในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย...

แต่ท่านเชื่อหรือไม่ ? ในหลายๆ กรณี ผู้นำจำนวนมากไม่รู้ว่า ตัวเองยืนอยู่ ณ.จุดไหนในปัจจุบัน และจะก้าวไปยืน ณ.จุดไหนในอนาคต

การพร่ำหาจุดเปลี่ยน และพยายามเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ ณ.จุดไหน ก็เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ลอยตามกระแสลมอย่างไร้จุดหมาย เพียงเพราะผู้นำนั้นเชื่อว่า กระแสลมจะนำพาสู่จุดหมายปลายทาง ที่ตัวเองยังไม่รู้ว่าจะไปยืนอยู่ ณ.จุดไหน

วันนี้...จุดยืนในปัจจุบันของคุณ ชัดเจนหรือยัง และจุดยืนในอนาคตที่คุณจะก้าวไป ชัดเจนหรือยัง

>>> เพราะ ถ้าไร้จุดยืน ไหนเลย จะมีจุดเปลี่ยนแปลง <<<


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง



Team Planning

ตำราพิชัยสงคราม ซุนวู...

บรรพที่ 1 การวางแผนการในเบื้องต้น
บทที่ผู้นำทีม ต้องเรียนรู้ก่อนนำทีมฟันฝ่าภารกิจสู่เป้าหมายและความสำเร็จ

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง


วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เป้าหมาย & ความสำเร็จ Goals & achievements



เป้าหมาย & ความสำเร็จ

Goals & achievements


หากนิยามว่า ความสำเร็จ คือ การบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น เป้าหมายสำคัญที่สุด แต่ การก้าวเดินสู่เป้าหมายนั้น สำคัญกว่าเป้าหมาย เพราะมีแต่การก้าวเดินสู่เป้าหมายอย่างไม่ลดละเท่านั้น ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย



จงทำให้ทุกคนตระหนักในเป้าหมายของตนเอง

ก้าวเดินสู่เป้าหมายของตนเอง เพื่อความสำเร็จของตนเอง



ในช่วงส่งท้ายปีเก่า ก้าวสู่ปีใหม่ หลายคนพูดถึงเป้าหมายใหม่ๆ ที่ใหญ่ขึ้น...หลายคนมาขอความเห็นกระผม หลายคนมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งกระผมเองก็แบ่งปันประสบการณ์ที่พอมีอยู่บ้าง แล้วก็เล่าสู่กันฟัง



สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวของกระผม เกี่ยวกับเป้าหมายและการบรรลุเป้าหมาย...ขอเล่าสู่กันฟัง ดังนี้



- สิ่งที่กระผมตระหนักก่อนการสร้างเป้าหมายกับทีมงาน/องค์กร


1. สร้างบรรยากาศ การสร้างเป้าหมาย...อารมณ์ร่วมของการมีเป้าหมาย


2. สร้างแรงบันดาลใจ การสร้างเป้าหมายตนเอง...ชี้ให้เห็นถึง โอกาส และความเป็นไปได้ ของตนเอง


3. สร้างประโยชน์ร่วมให้เกิดขึ้น การสร้างเป้าหมายทีม/องค์กร...ทุกคนคือส่วนหนึ่งของครอบครัว ที่มีเป้าหมายร่วมกัน จับมือกันไว้แล้วก้าวเดินสู่เป้าหมายร่วมกัน "ทุกครั้งที่ผมคิดถึงการมีเป้าหมายร่วมกัน ผมมักคิดถึงบรรยากาศการเดินขึ้นดอยสุเทพของผู้เฒ่าผู้แก่ ที่เดินเท้าขึ้นดอยสุเทพ เพื่อร่วมสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ ที่เชียงใหม่ บรรลุเป้าหมายแห่งตน มุ่งสู่ เป้าหมายร่วมเดียวกัน"

"ความสำเร็จอันเล็กๆ น้อยๆ ของทุกๆ คน ในทุกๆ เดือน
คือ บรรยากาศการสร้างเป้าหมายใหม่ๆ สำหรับคนใหม่ๆ"





“เมื่อมีเป้าหมาย คือ การมีภารกิจ”


การตั้งเป้าหมาย เพื่อ การบรรลุผล ย่อมมาพร้อม กับภารกิจ ที่ต้องลงมือกระทำให้เกิดผล... ดังนั้น ทุกคนที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่เกิดขึ้น ย่อมต้องมีส่วนร่วมกันสนับสนุนให้เป้าหมายบรรลุผล



การสนับสนุนภารกิจสู่เป้าหมาย ของผู้คน 4 ลักษณะ



1. บุคคลอัจฉริยะ เหนือมาตรฐาน = คนที่รู้สึกว่าตนเอง “ทำได้ดีกว่า” จงให้การสนับสนุนในทุกด้าน ในกรอบที่ถูกต้องชัดเจน พร้อมส่งเสริมโอกาสการพัฒนาตนเอง (คุณคือ Supporter)



2. บุคคลระดับมาตรฐาน = คนที่รู้สึกว่าตนเอง “ทำได้” จงทำงานเคียงคู่ เคียงข้าง ในบรรยากาศ (คุณคือ coach)



3. บุคคลระดับต่ำกว่ามาตรฐาน = คนที่มีความรู้สึกว่าตนเอง “ทำไม่ได้” จงจูงมือ จูงใจ ประคับประคอง และนำสู่บรรยากาศที่ดี (คุณคือ Adviser)



4. บุคคล รอ มาตรฐาน = คนที่รู้สึกว่าตนเอง “ยังไม่อยากทำ” จงปล่อยมือ แต่ ไม่ปล่อยใจ (คุณคือ Best Friend) เพื่อรักษาเวลาอันทรงคุณค่า สำหรับบุคคลที่คู่ควร



การนำทีมก้าวเดินสู่เป้าหมาย ต้องใช้เวลาอย่างทรงคุณค่า ดังนั้น จงบริหารเวลาให้ทรงคุณค่า...เพราะทุก 1 นาทีของคุณที่เสียไป เทียบเท่ากับ 1 นาทีอันทรงคุณค่าที่ทุกคนในทีมของคุณเสียไปด้วย



เวลาที่เสียไป x จำนวนคนในทีม = คุณค่าเวลาที่คุณเสียไป



ด้วยรัก

กอบชัย ศรบรรจง

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อย่าเอากะโหลก... ไปโขกหิน Do not take skull… To headbutt a rock



อย่าเอากะโหลก... ไปโขกหิน

Do not take skull… To headbutt a rock

อย่าทำลายขวัญของทีม ด้วยยกย่องจุดแข็งของคู่แข่งข่มจุดอ่อนของทีม... Do not break the morale of the team. By bringing strengths of the other team Compared to the weakness of our team.

ทีมแกร่งหลายทีมต้องล่มสลาย เพราะ ผู้นำทีมไม่ได้ตระหนักในท่าทีของตนเอง ในการยกย่องจุดเด่นของทีมอื่นๆ เกินงาม แล้วนำมาเทียบเคียงจุดอ่อนของทีม เพื่อคาดหวังให้ทีม ฉุกคิดเพื่อความก้าวหน้าและพัฒนาศักยภาพของทีม... แต่มักลืมคิดไปว่า บุคลากรในทีม อาจจะเสียขวัญ และค้างคาใจว่า “แล้วทีมของเรา ภายใต้การนำของคุณ มีอะไรดีบ้าง”

การยกย่องจุดเด่นของทีมอื่นๆ ที่มีศักยภาพเป็นเรื่องดี ที่เราต้องนำเสนอให้ทีมของเรา ได้ตระหนักถึงจุดเด่นของทีมเรา เพื่อพัฒนาศักยภาพจุดเด่นของตนเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่นำจุดอ่อนของเราไปเทียบเคียงกับจุดแข็งของคนอื่นๆ

ทุกๆ ทีม ที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมมีจุดเด่นที่แฝงอยู่ในทีม เมื่อจุดเด่นนั้นถูกพัฒนาให้ดีขึ้น และส่งผลอย่างเต็มที่ ผลที่ได้ ทีมก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว... แต่ถ้าวันนี้ มีทีมอื่นๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เราอัตราการเติบโตลดลง หมายความว่า “ทีมของเขา ไม่ได้ดีกว่า ทีมของเรา ในทุกด้าน” เพียงแต่เรายังไม่ได้ตระหนักถึงศักยภาพของจุดแข็งภายในทีม ที่จะถูกพัฒนาขึ้นมาให้โดดเด่น...

ผู้นำที่ชาญฉลาด ย่อมต้องรู้ซึ้งว่า ทุกทีมย่อมมีความสามารถอย่างโดดเด่น ที่จะพัฒนาจุดแข็งของทีมตนเอง ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงไม่ควรหยิบยกเอาจุดแข็งของทีมอื่นมาพัฒนาแทนจุดแข็งของเราเอง เพราะนั่นอาจจะเป็นจุดจบของทีม... แต่ เราสามารถนำเอาจุดแข็งของแต่ละทีม ต่อยอดจุดแข็งที่เรามีอยู่

คำถามที่ผู้นำทีม จะต้องตอบก่อนที่จะปรับปรุงทีมให้แข็งแกร่งอีกครั้ง คือ “คุณรู้จุดอ่อน-จุดแข็งของตนหรือเปล่า และจะตัดสินใจเลือกแนวทาง พัฒนาจุดแข็ง หรือ พัฒนาจุดอ่อน



อย่า เยินยอทีมคู่แข่ง จนทำลายขวัญของทีมตนเอง

จง ตั้งหลักที่จุดแข็งของตนเอง และนำเอาข้อดีรอบตัว
มาต่อยอดให้เหมาะสม

มุ่ง พัฒนาจุดแข็ง เพิ่มศักยภาพของตนเองและทีม
อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อ กำจัดจุดอ่อน


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง



 



วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“ผู้นำ กับ ความเชื่อ” “Leader Against Belief”



ผู้นำ กับ ความเชื่อ ในการสร้างธุรกิจเครือข่าย



“Leader Against Belief” In the creation of business networks.




             ผมจำได้ว่า เมื่อผมก้าวเข้าสู่การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายใต้ 2 แนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ ที่เชื่อว่า

1.      หากเราผลิตสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ลูกค้าย่อมไม่ปฏิเสธการซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง (เราผลิตสินค้าที่ดีที่สุด ที่ลูกค้าต้องการซื้อ และจำเป็นต้องซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง)     We Deliver The Best.
2.      เราเชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่ต่อสู้ดิ้นรนทำงานหนัก ก็เพื่อการได้ชื่นชมความสำเร็จของธุรกิจที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา: Business Of Your Own

             สำหรับผม นั่นคือความเชื่อแรก ที่สมเหตุสมผล จากผู้นำที่ก่อร่างสร้างธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของโลกบอกเรา มันเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ให้เราเชื่อตาม แต่เป็นความเชื่อที่เราบอกให้เรารู้ว่า เขาเชื่ออย่างนั้น และนั่นคือหลักความเชื่อทางธุรกิจที่เราต้องลงมือแสวงหาคำตอบเอง เพราะเจตนารมณ์ ของผู้นำเครือข่ายธุรกิจ คือ การเป็นผู้นำของผู้นำเครือข่าย ไม่ใช่ผู้จัดการฝ่ายขาย หรือเป็นเพียงหัวหน้าของลูกจ้างในบริษัท


             2 ความเชื่อแรก เป็นความเชื่อของการสร้างธุรกิจของผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 2 ท่าน มอบความเชื่อนี้ให้เราพิสูจน์ว่า "หากมีแนวคิดความเชื่อนี้คอยสนับสนุนท่านทั้งหลายดำเนินธุรกิจของท่านเอง ท่านสนใจหรือไม่???" สำหรับอีกความเชื่อหนึ่งที่ผมได้ซึมซับมาก็คือ ท่าน 2 ผู้ก่อตั้งธุรกิจท่านเชื่อว่า   “You Can Do It, Too!” ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ ด้วยปัจจัย 2 ประการคือ
1.       มีความต้องการที่จะสำเร็จในธุรกิจนี้
2.       มีความพยามที่จะทำธุรกิจนี้ให้สำเร็จ



             ท่านสองผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความเชื่อของท่าน และท่านก็มอบความเชื่อนั้นให้ผู้ที่มีความเชื่อเฉกเช่นเดียวกับท่าน ได้ลองศึกษาและลองทำดูด้วยตนเอง ท่านทั้งสองไม่เคยบอกให้ใครต่อใครเชื่อท่านแล้วทำตาม เพราะหากเราคือผู้นำที่ต้องการสร้างผู้นำที่สามารถสร้างผู้นำที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นข้อควรระวังคือ ผู้นำอย่า ใช้ความเชื่อ ของตน ครอบงำผู้อื่นให้ต้องทำตาม แต่ จงแบ่งปันความเชื่อ ของตนให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับความสำเร็จ เฉกเช่นเดียวกับการแบ่งปันความเชื่อของท่านสองผู้ก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายฯ เพราะท่านทั้งสองเชื่อว่า มนุษย์ทุกคน เป็น ปัจเจกบุคคล ท่านทั้งสองเชื่อในศักยภาพที่แตกต่างหลากหลาย และไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ทุกคน หลายคำปราศรัยของท่านทั้งสองหลายครั้ง ท่านแบ่งปันความเชื่อในเรื่องราวการได้ค้นพบตนเอง เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย


             เชื่ออัพไลน์ ทำตามอัพไลน์ กับ เชื่อสองผู้ร่วมก่อตั้งฯ เพื่อค้นพบตนเอง สองสิ่งนี้อาจจะเหมือนกันหรือไม่ ผมเองคงมิอาจจะคาดเดาความคิด ความเชื่อของแต่ละท่าน หรือให้คำตอบใดๆได้ แต่เมื่อวันที่ผมเริ่มต้นในธุรกิจเครือข่ายฯ สิ่งที่ผมเรียนรู้ ก็คือ จงเชื่ออัพไลน์ เรียนรู้วิถีแห่งความสำเร็จ และมีวินัยดั่งผู้สำเร็จ เพื่อค้นพบตนเอง...

เมื่อผมยอมรับความเชื่อใดแล้ว ผมก็จะเรียนรู้ให้หลากหลาย
เพื่อเปล่งประกายของตนเองให้เจิดจ้า
                               
             เชื่อใจอัพไลน์ เรียนรู้ทุกรูปแบบวิถีความสำเร็จ เพื่อต่อยอดความรู้ ภูมิปัญญา และสร้างวินัยแห่งความสำเร็จในแบบฉบับของตนเอง ความสำเร็จของอัพไลน์อาจจะไม่ใช่ตัวตนของดาวน์ไลน์ แต่ในฐานะอัพไลน์ก็ขอเพียงเป็น 1 แสงเทียนที่ส่องสว่างให้ดาวน์ไลน์ และเพื่อนๆ ได้มองเห็นเส้นทางค้นการพบตนเอง เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จอันพึงปรารถนาสูงสุดของตนเอง... เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิถีแห่งความสำเร็จ สำหรับแบ่งปัน

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง