แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ network marketing แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ network marketing แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Do not take your own future. Guaranteed non-quality products. อย่าเอาอนาคตตนเอง ค้ำประกันสินค้าด้อยคุณภาพ

#9kobchaiblog

เป็นเรื่องราวเสวนาบนโต๊ะอาหารของเพื่อนๆ สนิท ที่มักคุยกันสนุกสนาน ผมเองก็โดนพาดพิงเป็นประจำ เพราะอยู่ในวงการขายตรง กว่า 35 ปี

วันนั้น...ผมมีคำถามง่ายๆ ถามเพื่อนคนหนึ่งที่ภูมิใจว่า ลูกมีรายได้ดีจากการรีวิวสินค้า...

คำถามคือ “อนาคตของลูกมึง กับ บริษัทที่ลูกมึง รีวิวสินค้าให้ ใครมีอนาคตมากกว่ากัน”
ถ้าลูกมึงมีอนาคตมากกว่า บริษัทและสินค้า ที่ลูกมึงรีวิว...ความอัปยศนี้ จะติดตัวลูกมึงไปจนตาย (ขออภัยผมยอกกันในบรรยากาศเพื่อนสนิทเท่านั้นนะครับ) 

ความหมาย คือ คนที่มีอนาคตที่ดี แต่ไปค้ำประกันสินค้าและบริษัทห่วยๆ ตราบาปนี้จะติดตัวไปจนตาย เพราะคนที่เคยเชื่อรีวิวของคุณ จะรู้สึกอย่างไร ???

ถ้าเป็นไปได้ ผมแนะให้เลือกบริษัทที่มีศักยภาพเหนือกว่าอนาคตของเราเอง เราจะได้มีพื้นที่สร้างอนาคตของเราเองที่เติบโตและสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง...

ที่สำคัญ ไม่เสียคน
เพราะสินค้าและบริษัทที่ดี จะสามารถสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา และความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้เอง

ผมก็เลยเปิดประเด็น “ถ้าลูกมึงจะรีวิวสินค้า...อย่าเอาอนาคตตนเอง ค้ำประกันสินค้าด้อยคุณภาพและบริษัทห่วยๆ”

1. ตรวจสอบ “ผลิตภัณฑ์” ก่อน
ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ จะมีรายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ครอบคลุม แหล่งผลิต ผู้จัดจำหน่าย และทะเบียนผลิตภัณฑ์ ที่สามารถอ้างอิงได้อย่างชัดเจน

2. ตรวจสอบ “แหล่งผลิต” ให้ชัดเจน
สินค้าที่ทรงคุณภาพ ส่วนใหญ่มักมีข้อมูล และที่มาของแหล่งผลิตอย่างชัดเจน ในโลก 4G ทุกข้อมูลอยู่ในมือของคุณ สินค้าที่อับอายแหล่งผลิต สินค้าก็ไม่น่าจะภาคภูมิใจสักเท่าไหร่ จริงมั๊ย

3. ความน่าเชื่อถือของ “ผู้จัดจำหน่าย”
ความชัดเจนของผู้จัดจำหน่าย...เช็คดูเอง นะ อาจจะมีความน่าเชื่อถือ น้อยกว่าร้านป้าข้าวแกง ข้างบ้านคุณก็ได้ ดูดีดี

4. คนเด่นคนดัง เชื่อถือได้แค่ไหน
ไม่รู้สินะ...จริงใจ หรือ จริงจังเพื่อสตางค์ เป็นหลัก ผมก็ไม่รู้จริงๆ ให้ดูอย่างมีสติ แล้วพิจารณาให้ดีก็แล้วกัน

5. หาข้อมูล ก่อนจะเชื่อ ดีกว่ามั๊ย
ความเชื่อ เปลี่ยนยาก กว่าความรู้...เหนื่อยครับ เพราะที่ผ่านมา วัวมี 5 ขาเป็นวัวศักดิ์สิทธิ์ ยังมีคนกราบไหว้ แต่เด็กมี 3 ขา ก็ว่าเป็นเด็กพิการ...เฮ้อ มันคืออิทธิพลของความเชื่อ
สิ่งสุดท้ายหวังว่า...แต่ละคนคงหาข้อมูลให้ดี ก่อนจะเชื่อ นะจ๊ะ



ด้วยรัก...เฮียกอบ

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การตลาดแบบมีส่วนร่วม interactive marketing

กว่า 20 ปีที่แล้ว...ภาพนี้เป็นการเปิดประเด็น โอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
กับแนวคิดธุรกิจ ที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ผู้ผลิต >>> ผลิตสินค้า >>> หาคนซื้อ

มาเป็น

ผู้ผลิต >>> หาคนซื้อ >>> ผลิตสินค้า

สู่ยุค

ใครอยากได้อะไรบอกมา >>> ผู้ผลิตจัดหาให้

จากบริการใกล้บ้านท่าน >>> บริการถึงบ้านท่าน

จากผู้ผลิต "สินค้า" ก็มาเป็นผู้ผลิต "บริการ"

สิ่งเดียวที่เครือข่ายร้านค้าปลึกและสาขาเครือข่ายร้านอาหารขาย คือ "บริการ"

อนาคตธุรกิจ ก็คือ "บริการถูกใจท่าน"

ผู้ที่สามารถบริการและตอบสนองความพึงพอใจลูกค้าได้ดีที่สุดและมากที่สุด ก็คือ ผู้นำทางธุรกิจ

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง


วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

โลกแห่งความจริง กับ โลกเสมือนจริง Real world VS. Virtual World

โลกแห่งความจริง กับ โลกเสมือนจริง

Real world VS. Virtual World

ผู้สำเร็จ...ใช้โลกออนไลน์ เป็นเครื่องมือของชีวิตจริง
ผู้หลงทาง...ใช้ชีวิตจริง เป็นเครื่องมือของโลกออนไลน์


ความสำเร็จที่เกิดในโลกเสมือนจริง
มักเกิดจากการเรียนรู้และฝึกฝนในโลกแห่งความเป็นจริง

ผู้สำเร็จมักเรียนรู้และฝึกฝนตนในโลกแห่งความเป็นจริง
โดยมีโลกเสมือนจริงเป็นเครื่องมือเสริมสร้างสู่ความสำเร็จ

ในโลกแห่งความจริง...คุณต้องเรียนรู้และฝึกฝนจนกว่าสำเร็จ
ในโลกเสมือนจริง...คุณต้องดีพอที่จะใช้เครื่องมือนี้ให้เกิดผลสูงสุด

ผู้สำเร็จ...ใช้โลกออนไลน์ เป็นเครื่องมือของชีวิตจริง
ผู้หลงทาง...ใช้ชีวิตจริง เป็นเครื่องมือของโลกออนไลน์ 

ด้วยรัก...กอบชัย ศรบรรจง

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560



Passive Income คือ อะไร ?

ทุกคนต้องทำงาน...
เพียงแต่การทำงานนั้นสร้าง “มูลค่า” หรือ “คุณค่า”

“มูลค่าของงาน” เพียงพอสำหรับการได้ผลตอบแทน

เมื่อคุณยังสามารถทำงานได้สมราคา

“คุณค่าของผลงาน” เป็นผลตอบแทนในสิ่งที่คุณเคยทำสำเร็จ

และยังส่งผลอย่างต่อเนื่อง

ด้วยรัก

กอบชัย ศรบรรจง

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อย่าเอากะโหลก... ไปโขกหิน Do not take skull… To headbutt a rock



อย่าเอากะโหลก... ไปโขกหิน

Do not take skull… To headbutt a rock

อย่าทำลายขวัญของทีม ด้วยยกย่องจุดแข็งของคู่แข่งข่มจุดอ่อนของทีม... Do not break the morale of the team. By bringing strengths of the other team Compared to the weakness of our team.

ทีมแกร่งหลายทีมต้องล่มสลาย เพราะ ผู้นำทีมไม่ได้ตระหนักในท่าทีของตนเอง ในการยกย่องจุดเด่นของทีมอื่นๆ เกินงาม แล้วนำมาเทียบเคียงจุดอ่อนของทีม เพื่อคาดหวังให้ทีม ฉุกคิดเพื่อความก้าวหน้าและพัฒนาศักยภาพของทีม... แต่มักลืมคิดไปว่า บุคลากรในทีม อาจจะเสียขวัญ และค้างคาใจว่า “แล้วทีมของเรา ภายใต้การนำของคุณ มีอะไรดีบ้าง”

การยกย่องจุดเด่นของทีมอื่นๆ ที่มีศักยภาพเป็นเรื่องดี ที่เราต้องนำเสนอให้ทีมของเรา ได้ตระหนักถึงจุดเด่นของทีมเรา เพื่อพัฒนาศักยภาพจุดเด่นของตนเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่นำจุดอ่อนของเราไปเทียบเคียงกับจุดแข็งของคนอื่นๆ

ทุกๆ ทีม ที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมมีจุดเด่นที่แฝงอยู่ในทีม เมื่อจุดเด่นนั้นถูกพัฒนาให้ดีขึ้น และส่งผลอย่างเต็มที่ ผลที่ได้ ทีมก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว... แต่ถ้าวันนี้ มีทีมอื่นๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เราอัตราการเติบโตลดลง หมายความว่า “ทีมของเขา ไม่ได้ดีกว่า ทีมของเรา ในทุกด้าน” เพียงแต่เรายังไม่ได้ตระหนักถึงศักยภาพของจุดแข็งภายในทีม ที่จะถูกพัฒนาขึ้นมาให้โดดเด่น...

ผู้นำที่ชาญฉลาด ย่อมต้องรู้ซึ้งว่า ทุกทีมย่อมมีความสามารถอย่างโดดเด่น ที่จะพัฒนาจุดแข็งของทีมตนเอง ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงไม่ควรหยิบยกเอาจุดแข็งของทีมอื่นมาพัฒนาแทนจุดแข็งของเราเอง เพราะนั่นอาจจะเป็นจุดจบของทีม... แต่ เราสามารถนำเอาจุดแข็งของแต่ละทีม ต่อยอดจุดแข็งที่เรามีอยู่

คำถามที่ผู้นำทีม จะต้องตอบก่อนที่จะปรับปรุงทีมให้แข็งแกร่งอีกครั้ง คือ “คุณรู้จุดอ่อน-จุดแข็งของตนหรือเปล่า และจะตัดสินใจเลือกแนวทาง พัฒนาจุดแข็ง หรือ พัฒนาจุดอ่อน



อย่า เยินยอทีมคู่แข่ง จนทำลายขวัญของทีมตนเอง

จง ตั้งหลักที่จุดแข็งของตนเอง และนำเอาข้อดีรอบตัว
มาต่อยอดให้เหมาะสม

มุ่ง พัฒนาจุดแข็ง เพิ่มศักยภาพของตนเองและทีม
อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อ กำจัดจุดอ่อน


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง



 



วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Way of thinking : Business sales Against Olympic athletes.



วิธีคิด : นักธุรกิจการขาย กับ นักกีฬาโอลิมปิค 

Way of thinking : Business sales Against Olympic athletes.


               นักธุรกิจการขาย นักธุรกิจเครือข่าย ทุกๆ 3 5 ปี มักจะมีดาวเด่นเกิดขี้นในวงการ คล้ายๆ กับรอบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ที่จะมีนักกีฬาดาวเด่นเกิดขึ้นเสมอๆ ในแต่ละรอบ 4 ปี นักกีฬาที่จะประสบความสำเร็จก้าวสู่เหรียญทองโอลิมปิค ล้วนมีความใฝ่ฝัน และทุ่มเทฝึกฝนตลอดระยะเวลา 4 ปีและก่อนหน้านั้น เขาเหล่านั้นมีความฝันที่ชัดเจน เป้าหมายที่ชัดเจน มีความมุ่งมั่นที่ชัดเจน มีตารางการฝึกฝนที่ชัดเจน และที่สำคัญนักกีฬาเหรียญทองหลายต่อหลายคนที่ก้าวสู่ความสำเร็จสูงสุด ในการทำลายสถิติโอลิมปิค และสถิติโลก เป็นจุดท้าทาย และทุกครั้งของโอลิมปิค ก็มีการทำลายสถิติทุกครั้ง ผู้ทำลายสถิติคนล่าสุด อาจจะมีบุคคลในดวงใจ เป็นเจ้าของสถิติเดิม ก็ได้ ผมเชื่อว่าเจ้าของสถิติเดิม ย่อมมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ตนเอง เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ทำลายสถิติเดิมของตนเอง และยิ่งภาคภูมิใจอย่างสูงยิ่งที่ผู้ทำลายสถิติของตน คือ บุคคลที่ศรัทธาตนเอง เป็นบุคคลในดวงใจ


              หากเปรียบสนามธุรกิจเครือข่าย เสมือนหนึ่งสนามกีฬาโอลิมปิค นักธุรกิจการขายที่เข้าสู่สนามกีฬาเครือข่ายนี้ ต้องมีความใฝ่ฝันที่ชัดเจน เป้าหมายที่ชัดเจน ความมุ่งมั่นที่ชัดเจน ตารางการทุ่มเททำงานที่ชัดเจน และที่สำคัญนอกเหนือจากการก้าวสู่เป้าหมายที่กำหนด นั่นคือ การทำลายสถิติเดิมที่เคยมีอยู่ในธุรกิจเครือข่าย ตราบเท่าที่โอลิมปิคยังคงมีการทำลายสถิติ ผมก็เชื่อมั่นว่า ในแวดวงเครือข่ายธุรกิจก็จะมีการทำลายสถิติใหม่ๆ เช่นเดียวกัน

             สิ่งหนึ่งที่ทำให้แวดวงกีฬา มีการทำลายสถิติใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสถิติระดับกีฬาท้องถิ่น สถิติกีฬาระดับประเทศ สถิติกีฬาระดับภูมิภาค สถิติกีฬาระดับโอลิมปิค สถิติกีฬาระดับโลก เพราะ โค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬา มักสอนให้นักกีฬาที่เป็นลูกศิษย์ทุกคน ให้มีความเชื่อว่าทุกคนต้องทำให้ได้ดีกว่าสถิติเดิมของตนเอง และก้าวไปทีละก้าว เพื่อทำลายสถิติที่สูงขึ้นไป 

             ความแตกต่างของโค้ชกีฬา กับ อัพไลน์(บางคน) คือ โค้ชกีฬา สอนให้เชื่อเพื่อทำให้ดีขึ้น แต่ อัพไลน์ มักสอนให้เชื่อเพื่อทำตาม ดังนั้น นักกีฬาจึงมีการทำลายสถิติอยู่ตลอดเวลา...

             น้ำใจนักกีฬา ย่อมยินดีและภาคภูมิใจ ที่สถิติของตนเองเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ทำลายสถิติ เปรียบเสมือนครั้งหนึ่งที่เขาก็มีแรงบันดาลใจนั้นเช่นเดียวกัน... หากความรู้สึกนี้มีอยู่ในใจ อัพไลน์ ย่อมนำพาสถิติใหม่ๆ มาสู่องค์กร และหากอัพไลน์ คิดใหญ่ไม่คิดเล็กคิดน้อย ต้องคิด อย่าง โค้ชนักกีฬาที่ต้องการให้ลูกศิษย์ทำลายสถิติ รวมทั้งสถิติของโค้ชเองด้วย

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง



วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ความกตัญญู กับ การทำธุรกิจเครือข่ายการตลาด Gratitude Against Network Marketing Business.



ความกตัญญู กับ การทำธุรกิจเครือข่ายการตลาด



Gratitude Against Network Marketing Business.


ความกตัญญู ประดุจ สายใยแห่งความผูกพัน

ซึ่งมีความแข็งแกร่งเหนือสายสัมพันธ์

               ความกตัญญู คือ การรู้บุญ รู้คุณ รู้ความดี และการระลึกพร้อมตอบแทน แต่มิใช่ว่าตอบแทนกันแล้วก็หายกันไป แต่ท่านหมายรวมถึงการมีใจรำลึกถึงคุณความดีที่เคยให้ความอุปการะแก่เรา ด้วยความเคารพยิ่ง ท่านว่าสิ่งของหรือผู้ที่ควรกตัญญูนั้นมีดังนี้...






สิ่งที่ควรกตัญญู แบ่งได้เป็น ๕ ประการ


                ๑. กตัญญูต่อบุคคล คือ ใครก็ตามที่เคยมีพระคุณต่อเรา จะต้องกตัญญูรู้คุณท่าน ติดตามระลึกถึงเสมอ พยายามหาโอกาสตอบแทนคุณท่าน โดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ พระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม... 


                ๒. กตัญญูต่อสัตว์ คือ สัตว์ที่มีคุณต่อเรา เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ที่ใช้งาน จะต้องใช้ด้วยความเมตตากรุณาปราณี ไม่เฆี่ยนตีมันจนเหลือเกิน อย่าใช้งานหนักจนเป็นการทรมาน และเลี้ยงดูให้อาหารอย่าให้อดอยาก ให้ได้กินได้นอนได้พักผ่อนตามเวลา


                ๓. กตัญญูต่อสิ่งของ คือ ของสิ่งใดก็ตามที่มีคุณต่อเรา เช่น หนังสือธรรมะ หนังสือเรียน สถานศึกษา วัด ต้นไม้ ฯลฯ จะต้องปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้ให้ดี ไม่ลบหลู่ดูแคลน ไม่ทำลาย

     ผู้ ใดพำนักอาศัยนั่งนอนใต้ร่มเงาของต้นไม้ใดแล้ว ยังขืนหักกิ่งลิดก้านรานใบ เด็ดยอดขุดรากถากเปลือก ผู้นั้นชื่อว่าทำร้ายมิตร เป็นคนชั่วช้าเลวทราม จะมีแต่อัปมงคลเป็นเบื้องหน้า


                ๔. กตัญญูต่อบุญ คือ รู้ว่าคนเราเกิดมามีอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดี สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความสุขความเจริญ มีทรัพย์มาก ก็เนื่องมาจากผลของบุญ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยบุญ จึงมีความรู้คุณของบุญ มีความอ่อนน้อมในตัว ไม่ดูถูกบุญ ตามระลึกถึงบุญเก่าให้จิตใจชุ่มชื่น และไม่ประมาทในการสร้างบุญใหม่ให้ยิ่งๆขึ้นไป


                ๕. กตัญญูต่อตนเอง คือ รู้ว่าร่างกายนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะได้อาศัยใช้ในการทำความดี สร้างบุญ เพื่อความสุข ความเจริญก้าวหน้าแก่ตนเอง จึงทะนุถนอมดูแลร่างกาย ไม่ทำลายด้วยการกินเหล้า เสพยาสิ่งเสพติด เที่ยวกลางคืน และไม่นำร่างกายไปประกอบกรรมชั่ว เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เจ้าชู้ อันเป็นการทำลายตนเอง


               ธุรกิจเครือข่ายอิสระ ไร้สายบังคับบัญชา แต่เชื่อมโยงด้วยสายสัมพันธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข และเครือข่ายที่เข้มแข็งผูกพันด้วยความรู้สึกที่ระลึกถึงสิ่งดีงามของกันและกัน  ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการที่สำคัญของคำว่า กตัญญู


การทำงานที่ดี สร้างสายสัมพันธ์ที่ดี... ก่อเกิด ความกตัญญู สร้างความผูกพัน ด้วยการระลึกในสิ่งดีงามของกันและกัน...

               ขอเพียงผู้เข้าถึง กตัญญู ผู้นั้นย่อมมี กตเวทิตา ไม่อ้างเอาบุญคุณแก่ตน ด้วยคำว่า ฉันกตัญญูกว่า... เพราะ ความกตัญญู เป็นการตระหนักรู้แก่ตนให้ถึงพร้อมน้อมตอบแทนคุณ หากเป็นดังนี้แล้วทุกคนก็จะมอบความดีงามตามแต่กำลังของตนแก่สังคม และก็เป็นการน้อมตอบแทนคุณด้วยใจระลึกถึง...  มิใช่มัวแต่อ้างเอาบุญเอาคุณจากผู้อื่น เพียงเพื่อทำให้เห็นว่าตน คือผู้กตัญญูกว่า

               เครือข่ายวัฒนธรรมตะวันออก เป็น เครือข่ายที่ผูกพันด้วยความกตัญญูอย่างลึกซึ้ง ซึ่งแตกต่างจากบางวัฒนธรรม ที่ผูกพันด้วยผลประโยชน์เป็นหลัก...  ดังเห็นจากการเติบโตของเครือข่ายวัฒนธรรมตะวันออกที่แตกขยายไปในทั่วโลกนับร้อยปี ล้วนสะท้อนสังคมเครือข่ายวัฒนธรรมร่วมกันอย่างเหนียวแน่น ผูกพันกันเป็น ไทยทาวน์ ไชน่าทาวน์ เป็นต้น  ความผูกพันนี้ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความกตัญญูต่อมาตุภูมิ


               เครือข่ายธุรกิจไทย ก้าวไกลทั่วโลก ด้วยแรงกตัญญู เริ่มต้นจากสายสัมพันธ์แห่งความดีงามที่มอบแก่กัน ผูกพันทุกสายใยแห่งความดีด้วยความกตัญญู ระลึกถึงสิ่งดีงามซึ่งกันและกัน เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแห่งความสำเร็จที่พร้อมสนับสนุนเกื้อกูลกันและกัน เพื่อ ส่งมอบสิ่งสวยงามนี้ สู่ ทุกผู้คนที่ก้าวเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจ... ไทยแลนด์โมเดล



ด้วยรัก

กอบชัย ศรบรรจง