แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำเร็จ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำเร็จ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Success Factors are Be smart And Good luck คุณสมบัติ ผู้สำเร็จ ต้องเก่งและเฮง

#9kobchaiblog

ความเก่ง ที่แท้จริง ควรจะเป็นศักยภาพในการเรียนรู้ และพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก...ต่างกับ “กูเก่งแล้ว”

ความเฮง อาจหมายถึง จำนวนโอกาสที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ จากการลงมือทำของคุณเอง...และความเฮง ก็คืออัตราความเป็นไปได้ของโอกาสที่คุณลงมือทำขึ้นมาเอง

ความเก่งของผู้สำเร็จ ก็คือ การเรียนรู้ได้อีก ลงมือทำให้ดีขึ้นได้อีก
ดังนั้นทุกครั้งที่ลงมือทำ อัตราส่วนความเฮงก็จะสูงขึ้น โอกาสความสำเร็จก็สูงขึ้น

อย่ามัวแต่งง...เรียนรู้ และลงมือทำ ให้เก่งมากขึ้น แล้วก็จะเฮงมากขึ้นเอง
เท่านี้ จริงๆ



ด้วยรัก...เฮียกอบ

Education Create Business. การศึกษา ต่อยอดธุรกิจ


#9kobchaiblog

เรายอมจ่ายและลงทุนเรียนรู้ ในระบบการศึกษาเกือบ 20 ปี เพื่อไม่รู้ว่าจะตกงานหรือไม่ ?

เรื่องที่แปลก ก็คือ ใครบางคนไม่ยอมลงทุนเรียนรู้ และศึกษาจากชีวิตจริง เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

ในชีวิตจริง...การศึกษา หมายรวมถึง การเรียนรู้ การฝึกฝน การอบรม และการพัฒนาตนเอง

บทเรียน แบบฝึกหัด และคำสอนที่ดี แฝงอยู่ในผลที่เกิดจากการลงมือทำ

ทุกการลงมือทำ มีผลลัพธ์ ให้เรียนรู้ และพัฒนาตนเอง สู่สิ่งที่ดีกว่าในครั้งต่อไป

จงศึกษา เรียนรู้ จากการลงมือทำ เพื่อ สิ่งที่ดีกว่าและดีกว่า


ด้วยรัก...เฮียกอบ

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เกาไม่ถูกที่คัน Scratch no itching

คัน ฉิบ อ๋าย...555

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ความสำเร็จของใคร Who's success

ความสำเร็จ ของคุณ... หรือ ความสำเร็จ ของใคร... ???

การสร้างครอบครัวที่ดี ก็ต้องมี "ศรีภรรยา"

การสร้างอนาคตที่ดี ก็ต้องมี "งานที่ดี"

ผลของครอบครัวที่มีความสุข
ย่อมมีความสัมพันธ์กันของ
ความสำเร็จในงานที่ทำ กับ
ความสำเร็จของการสร้างครอบครัว...

เริ่มต้น...ที่ตัวคุณ


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง




วันพุธที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560

จุดแข็ง strength

ผลงานอนาคตข้างหน้า...คุณเลือกเอง

ว่าจะพัฒนาจุดอ่อน หรือ พัฒนาจุดแข็ง

อย่าลืมตัวคุณเองด้วย นะ...เดี๋ยวจะหาว่าเฮียกอบ ไม่บอก

ด้วยรัก...เฮียกอบ



อย่าหลงกระแส Do not stray stream

กระแส Gen Y – Gen Z ถูกหยิบยกมาสร้างกระแสนับ 10 ปี ในแวดวงธุรกิจขายตรง และเครือข่ายธุรกิจขายตรง...
บางครั้งการหลงกระแส ก็อาจจะเหนี่ยวนำสู่ปัญหาใหม่ที่ยากแก้ไข

3 คำถามในการนำองค์กรสู่อนาคต

1. ทุกองค์กรเครือข่ายมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง...คุณจะเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรใหม่ หรือจะพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรสู่คนรุ่นต่อไป

2. หลักการ และสัจจะธรรมการเติบโตสู่ความสำเร็จ ไม่เคยเปลี่ยน แต่รายละเอียดแตกต่างตามยุค...ผู้นำมีความรู้เพียงไรเกี่ยวกับ Gen Y – Gen Z หรือเพียงจินตนาการ แทนให้การศึกษาความรู้ความเข้าใจข้อเท็จจริงแก่ตนเองและนำพาทีมก้าวเดินสู่อนาคต...

3. จุดเด่นที่เติบโตมาถูกละเลย หรือเปล่า...คนที่มีศักยภาพสูง ย่อมมีทางเลือก เพื่อคุณค่าบางอย่าง การครองใจคน เป็นการครอบครองศักยภาพของเครือข่ายและทีม เพื่อก้าวไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทุกคนในเครือข่ายกำลังจ้องมอง ผู้นำ ว่าเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างที่พูดไว้หรือไม่ ???


เราจะใช้แนวคิดเพื่อแบ่งแยกวัย หรือ จะใช้แนวคิดการสืบทอดเจตนารมณ์ และประสบการณ์ร่วม

สำหรับผม...จะตรวจสอบความยั่งยืนขององค์กร ผมมีหลักคิดง่ายๆ ว่า
นำอายุของคนที่ Active มารวมกัน เพื่อหาค่าเฉลี่ยอายุคนในองค์กร...ความหมายตามภาพ


ด้วยรัก
อ.กอบชัย ศรบรรจง




Action By ReAction


คำถามยอดฮิตอีกหนึ่งคำถาม จากผู้ที่ทุ่มเทสู่เป้าหมาย...
คือ "ผมทำงานหนักมาก ทำไมไม่สำเร็จสักที"
คำตอบที่ผมให้ คือ "กูจะไปรู้เรื่องของมึงหรือ"

จริงๆ แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

แต่จากประสบการณ์ของผมเอง ผมใช้หลัก
"Action By ReAction" ใช้มากว่า30ปี

เพราะผมตระหนักว่า ทุกการกระทำที่ผมได้ทุ่มเทและพยายามอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุเป้าหมาย ล้วนมีต้นทุนในตัวของมันเอง

ดังนั้นแล้ว ทุกการกระทำที่ได้กระทำลงไป ต้องมีแนวโน้มที่ได้รับการตอบสนองที่น่าพึงพอใจในระดับหนึ่ง จึงคุ้มต้นทุนการกระทำ

ผู้คนจำนวนมากทุ่มเทการกระทำที่สูงค่า ไปกับสิ่งที่ให้ผลตอบสนองที่ต่ำกว่าต้นทุนการกระทำ...ผลที่ได้ก็เป็นไปตามแนวโน้มนั้นๆ

ยิ่งผลตอบสนองมีคุณค่าต่ำกว่าต้นทุนการกระทำ...ผลคือ ยิ่งทุ่มเทยิ่งห่างไกล ความสำเร็จ

หากเปรียบกับการลงทุน คือยิ่งทำยิ่งขาดทุน ผลคือเจ๊ง ครับ...

แทนที่จะมาถามผมว่า "ผมทำงานหนักมาก ทำไมไม่สำเร็จสักที"

ลองกลับไปถามตัวเองว่า "ที่ตัวกูทำอยู่นี่...มันได้รับการตอบสนองที่คุ้มค่าไหม" คำตอบอยู่ตรงนั้น

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ และ สถานที่กลางแจ้ง


จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว Mind is Master - The body is a servant

ความสำเร็จส่วนใหญ่เริ่มต้นจากความเชื่อ ความศรัทธา สู่การลงมือทำ ระหว่างที่ก้าวเดิน ย่อมมีผลลัพธ์ที่ดีบ้าง พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง และอาจจะถึงกับไม่ดีเลยก็มี ซึ่งทำให้เราท้อแท้ห่อเหี่ยว

การลงมือทำ ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับการบรรลุจุดหมายปลายทางแห่งความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญอยู่ระหว่างการเดินทางที่เราต้องเก็บเกี่ยวให้ได้ คือ "ปัญญา" ความรู้ที่จะทำให้เราลงมือทำครั้งต่อไปให้ได้ผลที่ดีขึ้น

ผู้มีความเชื่อมั่น เพียรพยายาม และเพิ่มพูนปัญญาทุกย่างก้าวที่ก้าวเดินไปข้างหน้า ย่อมได้ผลลัพธ์ที่เพิ่มพูนขึ้น จนบรรลุผลสำเร็จในที่สุด

จิต เป็นนาย ความเชื่อ ความศรัทธา และทัศนคติ คือสิ่งที่เราใช้สร้างความใฝ่ฝันให้เกิดขึ้น

กาย เป็นบ่าว การลงมือทำ ด้วยความเพียรพยายาม อย่างมีวินัย คือบ่าวผู้ซื่อสัตย์ ที่จะนำพา จิต ให้บรรลุผล สร้างฝันให้เป็นจริง

ความล้มเหลว ระหว่างทาง คือบทเรียนแห่งปัญญา ที่จะบังเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางสู่ฝั่งฝัน...

ผู้ที่มีความใฝ่ฝันที่เท่าเทียมกัน การลงมือทำที่เท่าเทียมกัน แต่บรรลุผลสำเร็จที่แตกต่างกัน เพียงเพราะ ระหว่างทาง ปัญญาที่บังเกิดไม่เท่าเทียมกัน...มันก็เท่านั้นเอง

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

The truth of Success

ความสำเร็จ คือ ความเป็นจริงที่พึงประสงค์ของผู้คนส่วนใหญ่...

แต่ ในผู้คนส่วนใหญ่นั้น ปรารถนา"ความสำเร็จ" ภายใต้ "เงื่อนไขราคา" ที่ตนเองยอมจ่าย ไม่ใช่ "เงื่อนไขราคาที่ ความสำเร็จ ตั้งค่าไว้"

"ความสำเร็จ" แต่ละชิ้นที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ล้วนเป็นไปตามราคาที่เราได้จ่ายแล้วทั้งสิ้น...

ดังนั้น อย่าต่อรองราคา กับความสำเร็จที่ต้องการ เพราะ ความสำเร็จมีหลายราคา... คุณจะได้รับความสำเร็จตามราคาที่คุณจ่าย มันเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด...

นั่นคือ ความจริง

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ต้นไม้เล็กใต้เงาร่มต้นไม้ใหญ่ small tree & Big tree

อภิชาติบุตร กับ ทรพี" ต่างกันที่วิธีคิด
ประดุจดังคำที่ว่า "ไม้เล็ก ไม่มีวันเติบโตใต้ร่มเงาไม้ใหญ่"
ก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิด "ไม้ใหญ่ที่เติบใหญ่ในวันนี้ ก็คืออดีตไม้เล็กๆ ที่เติบโตภายใต้เงาไม้ใหญ่ ที่คอยปกป้องมิให้ถูกแดดแผดเผาจนตายก่อนจะโตใหญ่"

ไม้เล็ก ไม้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับเมล็ดพันธ์ุ ต้นหญ้ามิอาจเติบใหญ่เป็นต้นสัก ได้ฉันใด...เมล็ดพันธุ์ทางความคิดที่ประดุจต้นหญ้า จะหาพื้นที่ใดที่จะเติบใหญ่เป็นต้นสักได้

มีเพียงรู้กตัญญูจึงรู้ตัวตน ความหมายคือ มีแต่การรู้คุณคนอื่น จึงสามารถรู้จักตนเองให้มากขึ้น ดังนั้น จงสำรวจเมล็ดพันธุ์ของตนเองก่อนว่า เราคือต้นอะไร เพราะถ้าเป็นต้นสักเช่นเดียวกัน ภายใต้ร่มเงาของสักใหญ่ ย่อมปกป้องผองภัยให้สักน้อยเติบโตอย่างมั่นคง เพื่อเสริมกันเป็นป่าใหญ่

คำว่า "ไม้เล็ก ไม่มีวันเติบโตภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่" สิ่งที่จะสื่อ ก็คือ "เมล็ดพันธ์ุที่คิดเล็กๆ ไม่มีวันที่จะเติบโตภายใต้ร่มเงาของเมล็ดพันธ์ุที่คิดใหญ่" นี่คือวิธีคิดที่ผมได้เคยแบ่งปันประสบการณ์มากว่า 20 ปี ซึ่งอาจจะแตกต่างไปตามยุคตามสมัย

อภิชาติบุตร คิดใหญ่ คิดสำเร็จ ให้เหนือกว่าบุพการี เพื่อ ทดแทนคุณ
ทรพี คิดใหญ่ คิดสำเร็จ ให้เหนือกว่าบุพการี เพื่อ ทำลายล้าง
ดังนั้น คำว่า "ไม้เล็ก ไม่มีวันเติบโตภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่" สำหรับตัวผมเอง ผมคิดใหญ่ คิดให้สำเร็จ เพื่อ ทดแทนคุณ ด้วยสำนึกในร่มเงาไม้ใหญ่ ที่เมตตา กรุณา ตลอดระยะเวลาแห่งการเติบโต...นี่คือเหตุผล ที่ทุกครั้งเมื่อพูดถึง "ไม้เล็ก ไม่มีวันเติบโตภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่" ผมจะพูดถึงวิธีคิดแบบ "อภิชาติบุตร กับ ทรพี" เสมอๆ

เพราะว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ย่อมต้องเรียนรู้ ฝึกฝน คิดใหญ่กว่า และแตกต่างกว่าเงาความคิดเดิมๆ ที่มีอยู่ด้วยความเคารพรัก ดุจอภิชาติบุตร บุตรผู้กตัญญูกตเวทิตา บุพการี ด้วยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า

เพราะผมเองวันนี้ ก็คือไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อาจจะไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็พอเพียงเป็นร่มเงาอันร่มรื่นให้กับใครบางคนที่รับรู้ถึงได้

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

https://www.gotoknow.org/posts/40976

Team Planning

ตำราพิชัยสงคราม ซุนวู...

บรรพที่ 1 การวางแผนการในเบื้องต้น
บทที่ผู้นำทีม ต้องเรียนรู้ก่อนนำทีมฟันฝ่าภารกิจสู่เป้าหมายและความสำเร็จ

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง


วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว The mental is the boss. - The body is the servant.

จิต เป็น นาย - กาย เป็น บ่าว

The mental is the boss. - The body is the servant.

 

 

ความสำเร็จส่วนใหญ่เริ่มต้นจากความเชื่อ ความศรัทธา สู่การลงมือทำ ระหว่างที่ก้าวเดิน ย่อมมีผลลัพธ์ที่ดีบ้าง พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง และอาจจะถึงกับไม่ดีเลยก็มี ซึ่งทำให้เราท้อแท้ห่อเหี่ยว

การลงมือทำ ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับการบรรลุจุดหมายปลายทางแห่งความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญอยู่ระหว่างการเดินทางที่เราต้องเก็บเกี่ยวให้ได้ คือ "ปัญญา" ความรู้ที่จะทำให้เราลงมือทำครั้งต่อไปให้ได้ผลที่ดีขึ้น

ผู้มีความเชื่อมั่น เพียรพยายาม และเพิ่มพูนปัญญาทุกย่างก้าวที่ก้าวเดินไปข้างหน้า ย่อมได้ผลลัพธ์ที่เพิ่มพูนขึ้น จนบรรลุผลสำเร็จในที่สุด

จิต เป็นนาย ความเชื่อ ความศรัทธา และทัศนคติ คือสิ่งที่เราใช้สร้างความใฝ่ฝันให้เกิดขึ้น

กาย เป็นบ่าว การลงมือทำ ด้วยความเพียรพยายาม อย่างมีวินัย คือบ่าวผู้ซื่อสัตย์ ที่จะนำพา จิต ให้บรรลุผล สร้างฝันให้เป็นจริง

ความล้มเหลว ระหว่างทาง คือบทเรียนแห่งปัญญา ที่จะบังเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางสู่ฝั่งฝัน...


ผู้ที่มีความใฝ่ฝันที่เท่าเทียมกัน การลงมือทำที่เท่าเทียมกัน แต่บรรลุผลสำเร็จที่แตกต่างกัน เพียงเพราะ ระหว่างทาง ปัญญาที่บังเกิดไม่เท่าเทียมกัน...มันก็เท่านั้นเอง

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คน เวลา เงิน PeoPle, Time, Money



เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา...


ผมได้มีโอกาสได้บรรยายเกี่ยวกับปัจจัย นำสู่ความสำเร็จ สิ่งที่ผมพอที่จะเล่าสู่กันฟังได้ ก็คงมาจากประสบการณ์การทำงานและการบรรยายที่ผ่านมา

"Nobody Perfect"

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญตลอดมา คือ "ศักยภาพของ คน" ซึ่ง "คน" สามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ คนเราทุกคนล้วนไม่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น ความสำเร็จของคนเรา จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเราเอง จะทำอะไรได้ หรือทำอะไรไม่ได้ แต่อยู่ที่เราเสาะแสวงหาโอกาส และความเป็นไปได้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และด้วยความที่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบในโลก จึงเป็นโอกาสที่คนเราจะใช้เวลาที่มีอยู่ สร้างรายได้ และธุรกิจขึ้นมา

เวลา ของทุกคน คือทุนรอนที่เท่าเทียม

ยากดี หรือ มีจน อยู่ที่คนใช้เวลา

คนที่มีรายได้ 300.- บาทต่อวัน กับคนที่มีรายได้ 30,000.- บาทต่อวัน ไม่ได้หมายความว่า คนที่มีรายได้มากกว่า 100 เท่า จะต้องใช้เวลาทำงานมากกว่า 100 เท่า...ซึ่งความจริง ทุกๆ คนในโลกใบนี้ ล้วนมีเวลาเท่ากัน วันละ 24 ชั่วโมง...ชั่วโมงละ 60 นาที...นาทีละ 60 วินาที


แต่ที่มาของรายได้ที่แตกต่างกัน อยู่ที่ "การใช้ศักยภาพของคน บนคุณค่าสูงสุดของเวลา..." คนเก่งกว่าไม่ได้หมายความว่า คุณจะมีรายได้ที่มากกว่า ถ้างานที่คุณทำไม่ได้คำนึงถึงคุณต่าที่แท้จริงของเวลา เพราะทุนที่เท่ากันของเวลา คือระยะเวลา แต่ที่แตกต่างคือ คุณค่าของเวลา... คนบางคนใช้เวลาอย่างมีคุณค่าที่แตกต่าง ดังนั้น ภายใต้ระยะเวลาที่เท่ากัน ผลลัพธ์ ที่ปรากฏย่อมแตกต่างกัน...


เงิน...ไม่ใช่ผลลัพธ์ของทุกสิ่ง แต่เพียงพอที่จะเป็นผลตอบแทนเบื้องต้นที่คนเรายอมรับได้ หากในเบื้องต้น คนเราพัฒนาศักยภาพของตนเองสูงขึ้น และใช้เวลาอย่างมีคุณต่ามากขึ้น ผลตอบแทนด้วยตัวเงิน ย่อมสูงขึ้นเช่นเดียวกัน แต่สุดท้าย คำว่า เงิน ก็มีความหมายที่แตกต่างกันเมื่ออยู่ในมือของคนบางคน เพราะคนบางคนในเงินตามจำนวนเงิน-ใช้จ่าย แต่บางคนใช้เงินอย่างเข้าถึงคุณค่าเงิน-ใช้ลงทุน

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง





วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เป้าหมาย & ความสำเร็จ Goals & achievements



เป้าหมาย & ความสำเร็จ

Goals & achievements


หากนิยามว่า ความสำเร็จ คือ การบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น เป้าหมายสำคัญที่สุด แต่ การก้าวเดินสู่เป้าหมายนั้น สำคัญกว่าเป้าหมาย เพราะมีแต่การก้าวเดินสู่เป้าหมายอย่างไม่ลดละเท่านั้น ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย



จงทำให้ทุกคนตระหนักในเป้าหมายของตนเอง

ก้าวเดินสู่เป้าหมายของตนเอง เพื่อความสำเร็จของตนเอง



ในช่วงส่งท้ายปีเก่า ก้าวสู่ปีใหม่ หลายคนพูดถึงเป้าหมายใหม่ๆ ที่ใหญ่ขึ้น...หลายคนมาขอความเห็นกระผม หลายคนมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งกระผมเองก็แบ่งปันประสบการณ์ที่พอมีอยู่บ้าง แล้วก็เล่าสู่กันฟัง



สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวของกระผม เกี่ยวกับเป้าหมายและการบรรลุเป้าหมาย...ขอเล่าสู่กันฟัง ดังนี้



- สิ่งที่กระผมตระหนักก่อนการสร้างเป้าหมายกับทีมงาน/องค์กร


1. สร้างบรรยากาศ การสร้างเป้าหมาย...อารมณ์ร่วมของการมีเป้าหมาย


2. สร้างแรงบันดาลใจ การสร้างเป้าหมายตนเอง...ชี้ให้เห็นถึง โอกาส และความเป็นไปได้ ของตนเอง


3. สร้างประโยชน์ร่วมให้เกิดขึ้น การสร้างเป้าหมายทีม/องค์กร...ทุกคนคือส่วนหนึ่งของครอบครัว ที่มีเป้าหมายร่วมกัน จับมือกันไว้แล้วก้าวเดินสู่เป้าหมายร่วมกัน "ทุกครั้งที่ผมคิดถึงการมีเป้าหมายร่วมกัน ผมมักคิดถึงบรรยากาศการเดินขึ้นดอยสุเทพของผู้เฒ่าผู้แก่ ที่เดินเท้าขึ้นดอยสุเทพ เพื่อร่วมสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ ที่เชียงใหม่ บรรลุเป้าหมายแห่งตน มุ่งสู่ เป้าหมายร่วมเดียวกัน"

"ความสำเร็จอันเล็กๆ น้อยๆ ของทุกๆ คน ในทุกๆ เดือน
คือ บรรยากาศการสร้างเป้าหมายใหม่ๆ สำหรับคนใหม่ๆ"





“เมื่อมีเป้าหมาย คือ การมีภารกิจ”


การตั้งเป้าหมาย เพื่อ การบรรลุผล ย่อมมาพร้อม กับภารกิจ ที่ต้องลงมือกระทำให้เกิดผล... ดังนั้น ทุกคนที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่เกิดขึ้น ย่อมต้องมีส่วนร่วมกันสนับสนุนให้เป้าหมายบรรลุผล



การสนับสนุนภารกิจสู่เป้าหมาย ของผู้คน 4 ลักษณะ



1. บุคคลอัจฉริยะ เหนือมาตรฐาน = คนที่รู้สึกว่าตนเอง “ทำได้ดีกว่า” จงให้การสนับสนุนในทุกด้าน ในกรอบที่ถูกต้องชัดเจน พร้อมส่งเสริมโอกาสการพัฒนาตนเอง (คุณคือ Supporter)



2. บุคคลระดับมาตรฐาน = คนที่รู้สึกว่าตนเอง “ทำได้” จงทำงานเคียงคู่ เคียงข้าง ในบรรยากาศ (คุณคือ coach)



3. บุคคลระดับต่ำกว่ามาตรฐาน = คนที่มีความรู้สึกว่าตนเอง “ทำไม่ได้” จงจูงมือ จูงใจ ประคับประคอง และนำสู่บรรยากาศที่ดี (คุณคือ Adviser)



4. บุคคล รอ มาตรฐาน = คนที่รู้สึกว่าตนเอง “ยังไม่อยากทำ” จงปล่อยมือ แต่ ไม่ปล่อยใจ (คุณคือ Best Friend) เพื่อรักษาเวลาอันทรงคุณค่า สำหรับบุคคลที่คู่ควร



การนำทีมก้าวเดินสู่เป้าหมาย ต้องใช้เวลาอย่างทรงคุณค่า ดังนั้น จงบริหารเวลาให้ทรงคุณค่า...เพราะทุก 1 นาทีของคุณที่เสียไป เทียบเท่ากับ 1 นาทีอันทรงคุณค่าที่ทุกคนในทีมของคุณเสียไปด้วย



เวลาที่เสียไป x จำนวนคนในทีม = คุณค่าเวลาที่คุณเสียไป



ด้วยรัก

กอบชัย ศรบรรจง

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

เส้นทางที่คุ้นเคย กับ เส้นทางที่เราพึงปรารถนา Familiar route against The path we desire.

เส้นทางที่คุ้นเคย กับ เส้นทางที่เราพึงปรารถนา

Familiar route against The path we desire.


ทุกๆ วันเราตื่นเช้า แล้วก้าวเดินออกจากบ้านไปทำงาน...

เรามักจะก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เราคุ้นเคย โดยไม่รู้ว่าสุดปลายทางนั้นคืออะไร???

มีมนุษย์ขี้สงสัย และต้องการรู้ความจริงว่า การเดินทางของเขาจะไปสุดที่ไหน

เขาจึงเริ่มต้นเรียนรู้ทางแยกที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วเลือกเส้นทางที่นำสู่เป้าหมายชีวิตที่ตนเองพึงปรารถนา

ถ้าชีวิตยังก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เราเองยังไม่รู้ว่าจะชีวิตเราจะไปไหน...แล้วทำไมเราไม่ลองสะสมไมล์ ด้วยการก้าวเดินบนเส้นทางชีวิตที่เราพึงปรารถนา ด้วยการจัดสรรเวลาอย่างจริงจัง

ความทุ่มเทก้าวเดินบนเส้นทางโอกาสตัน...ผลลัพธ์ คือ ทางตันที่ท้ายซอย ภาพที่เคยเห็นอยู่ลิบลิบที่ท้ายซอย อาจจะเป็นเพียงภาพวาดที่เจ้าของซอย วาดให้เห็นบนกำแพงที่ท้ายซอย ซึ่งเราเองไม่มีโอกาสไปถึงได้ เพราะเราเองไม่ได้เป็นผู้เลือกสถานการณ์ และกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง

เลือกทุ่มเทก้าวเดินบนเส้นทางโอกาสเปิด...ผลลัพธ์ คือ คุณไปได้ไกลเท่าที่คุณต้องการ ภาพโดยรวมอาจจะไม่สวยหรู อย่างที่เคยเห็น แต่ตัวคุณ คือ ผู้เลือกสถานการณ์และกำหนดวิถีชีวิตของคุณเอง ว่าจะสู้หรือจะยอมแพ้...แต่จงจำไว้ว่า การต่อสู้ของคุณทุกครั้ง แม้ไม่ชนะ แต่คุณก็จะล้มลงบนกองประสบการณ์ที่คุณสั่งสมไว้ นั้นหมายถึงถ้าคุณเข้าใจประสบการณ์ของคุณเอง โอกาสที่จะแพ้ในอนาคต ก็จะลดลง...การยอมแพ้ทั้งๆ ที่มีโอกาสสู้บนความเสี่ยงที่ลดลง คุณต้องตัดสินใจเอง ครับ


โอกาสของความสำเร็จ
ขึ้นอยู่กับการลุกขึ้นสู้บนความเสี่ยงที่ลดลง...
เมื่อไหร่ที่ความปรารถนาอย่างแรงกล้า
เหนือกว่า ความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง...
เมื่อนั้น คุณก็จะกล้า ก้าวไปบนเส้นทางที่คุณเลือกเอง

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“ผู้นำ กับ ความเชื่อ” “Leader Against Belief”



ผู้นำ กับ ความเชื่อ ในการสร้างธุรกิจเครือข่าย



“Leader Against Belief” In the creation of business networks.




             ผมจำได้ว่า เมื่อผมก้าวเข้าสู่การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายใต้ 2 แนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ ที่เชื่อว่า

1.      หากเราผลิตสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ลูกค้าย่อมไม่ปฏิเสธการซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง (เราผลิตสินค้าที่ดีที่สุด ที่ลูกค้าต้องการซื้อ และจำเป็นต้องซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง)     We Deliver The Best.
2.      เราเชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่ต่อสู้ดิ้นรนทำงานหนัก ก็เพื่อการได้ชื่นชมความสำเร็จของธุรกิจที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา: Business Of Your Own

             สำหรับผม นั่นคือความเชื่อแรก ที่สมเหตุสมผล จากผู้นำที่ก่อร่างสร้างธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของโลกบอกเรา มันเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ให้เราเชื่อตาม แต่เป็นความเชื่อที่เราบอกให้เรารู้ว่า เขาเชื่ออย่างนั้น และนั่นคือหลักความเชื่อทางธุรกิจที่เราต้องลงมือแสวงหาคำตอบเอง เพราะเจตนารมณ์ ของผู้นำเครือข่ายธุรกิจ คือ การเป็นผู้นำของผู้นำเครือข่าย ไม่ใช่ผู้จัดการฝ่ายขาย หรือเป็นเพียงหัวหน้าของลูกจ้างในบริษัท


             2 ความเชื่อแรก เป็นความเชื่อของการสร้างธุรกิจของผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 2 ท่าน มอบความเชื่อนี้ให้เราพิสูจน์ว่า "หากมีแนวคิดความเชื่อนี้คอยสนับสนุนท่านทั้งหลายดำเนินธุรกิจของท่านเอง ท่านสนใจหรือไม่???" สำหรับอีกความเชื่อหนึ่งที่ผมได้ซึมซับมาก็คือ ท่าน 2 ผู้ก่อตั้งธุรกิจท่านเชื่อว่า   “You Can Do It, Too!” ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ ด้วยปัจจัย 2 ประการคือ
1.       มีความต้องการที่จะสำเร็จในธุรกิจนี้
2.       มีความพยามที่จะทำธุรกิจนี้ให้สำเร็จ



             ท่านสองผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความเชื่อของท่าน และท่านก็มอบความเชื่อนั้นให้ผู้ที่มีความเชื่อเฉกเช่นเดียวกับท่าน ได้ลองศึกษาและลองทำดูด้วยตนเอง ท่านทั้งสองไม่เคยบอกให้ใครต่อใครเชื่อท่านแล้วทำตาม เพราะหากเราคือผู้นำที่ต้องการสร้างผู้นำที่สามารถสร้างผู้นำที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นข้อควรระวังคือ ผู้นำอย่า ใช้ความเชื่อ ของตน ครอบงำผู้อื่นให้ต้องทำตาม แต่ จงแบ่งปันความเชื่อ ของตนให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับความสำเร็จ เฉกเช่นเดียวกับการแบ่งปันความเชื่อของท่านสองผู้ก่อตั้งธุรกิจเครือข่ายฯ เพราะท่านทั้งสองเชื่อว่า มนุษย์ทุกคน เป็น ปัจเจกบุคคล ท่านทั้งสองเชื่อในศักยภาพที่แตกต่างหลากหลาย และไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ทุกคน หลายคำปราศรัยของท่านทั้งสองหลายครั้ง ท่านแบ่งปันความเชื่อในเรื่องราวการได้ค้นพบตนเอง เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย


             เชื่ออัพไลน์ ทำตามอัพไลน์ กับ เชื่อสองผู้ร่วมก่อตั้งฯ เพื่อค้นพบตนเอง สองสิ่งนี้อาจจะเหมือนกันหรือไม่ ผมเองคงมิอาจจะคาดเดาความคิด ความเชื่อของแต่ละท่าน หรือให้คำตอบใดๆได้ แต่เมื่อวันที่ผมเริ่มต้นในธุรกิจเครือข่ายฯ สิ่งที่ผมเรียนรู้ ก็คือ จงเชื่ออัพไลน์ เรียนรู้วิถีแห่งความสำเร็จ และมีวินัยดั่งผู้สำเร็จ เพื่อค้นพบตนเอง...

เมื่อผมยอมรับความเชื่อใดแล้ว ผมก็จะเรียนรู้ให้หลากหลาย
เพื่อเปล่งประกายของตนเองให้เจิดจ้า
                               
             เชื่อใจอัพไลน์ เรียนรู้ทุกรูปแบบวิถีความสำเร็จ เพื่อต่อยอดความรู้ ภูมิปัญญา และสร้างวินัยแห่งความสำเร็จในแบบฉบับของตนเอง ความสำเร็จของอัพไลน์อาจจะไม่ใช่ตัวตนของดาวน์ไลน์ แต่ในฐานะอัพไลน์ก็ขอเพียงเป็น 1 แสงเทียนที่ส่องสว่างให้ดาวน์ไลน์ และเพื่อนๆ ได้มองเห็นเส้นทางค้นการพบตนเอง เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จอันพึงปรารถนาสูงสุดของตนเอง... เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิถีแห่งความสำเร็จ สำหรับแบ่งปัน

ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง
                               






วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

หาก ความล้มเหลวครั้งก่อน เป็น ครู และทุกรอยแผล คือ ความรู้ If the last fails As a teacher and a lesion is the knowledge.



หาก ความล้มเหลวครั้งก่อน เป็น ครู และทุกรอยแผล คือ ความรู้


If the last fails As a teacher and a lesion is the knowledge.

สติปัญญา และความเพียรของตน สร้าง ผลการเรียน

Their wisdom and perseverance to build academic performance.

ระดับผลการเรียน ก็คือ ระดับผลความสำเร็จ


Level of academic performance is at successful outcomes.

               โลกแห่งความเป็นจริง ทุกความสำเร็จ ย่อมก้าวผ่านความล้มเหลวมาแล้วทั้งสิ้น ผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชมความสำเร็จ รังเกียจความล้มเหลว ทั้งๆ ที่ความล้มเหลว คือ สิ่งที่บอกเล่า ชี้นำให้ผู้คนพัฒนาตนเอง และพัฒนาในสิ่งที่ตนทำให้ดีขึ้นและดีขึ้น ดีขึ้นจนดีพอที่จะบรรลุความสำเร็จ อันที่จริง ความสำเร็จ ก็คือ รางวัลของความเพียร แต่สิ่งที่สร้างความรู้ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จกลับเป็น ความล้มเหลว เพราะ ทุกความล้มเหลวสร้างเงื่อนไขหรือรอยแผลให้ขบคิดที่จะต้องรักษาให้รอยแผลหายสนิท เพื่อสู้ต่อไป

                ทุกความล้มเหลวที่ผ่านมา เสมือนหนึ่ง ครู ที่คอยจ้ำจี้จ้ำไช ให้เราทำให้ดีขึ้นและดีขึ้น จนดีพอที่จะเชิดหน้าชูตาในฐานะ ผู้สำเร็จ ดังนั้น เราจึงต้องยกย่องความล้มเหลว และ ชื่นชมความสำเร็จ เพราะหากไม่มีความล้มเหลวคอยเพาะบ่มสร้างสมความสมบูรณ์พร้อมสำหรับความสำเร็จที่เราจะได้รับ คำถามก็คือ เราจะดีพอสำหรับ ความสำเร็จที่ได้รับ หรือไม่ ???

                ทุกรอยแผลที่ได้จากความล้มเหลว เสมือนหนึ่ง บทเรียน ที่เราต้องพัฒนาตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดความล้มเหลวซ้ำรอยเดิม ตราบที่เรายังลุกขึ้นสู้ และก้าวไปข้างหน้า ทุกรอยแผล ก็คือบทเรียนที่บ่งบอกว่า เราเคยพลาดพลั้งในการตัดสินใจ หรืออาจจะเพราะเราไม่ดีพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต อดีตจึงฝากรอยแผลไว้ย้ำเตือนว่า อนาคตอย่าพลาดเหมือนในอดีต จอมทัพผู้กรำศึกในสนามรบ ล้วนมีบาดแผลอยู่รอบกาย สิ่งที่ทำให้จอมทัพผู้แกร่งกล้ายังยืนหยัด และกำชัยชนะอย่างสมบูรณ์ คือ เขาไม่ยอมให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นแผลลึกเกินกว่าที่จะเยียวยา เพื่อรักษาชีวิตและโอกาสที่มีอยู่ และทุกรอยแผลที่เคยเกิดขึ้นจะต้องไม่มีดาบสองซ้ำรอยเดิม


               จอมทัพนักรบผู้กรำศึกใช้ชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อแลกบทเรียน แต่เราเพียงใช้สติ เพื่อแลกบทเรียน ทุกความล้มเหลวเราไม่เสียเลือดเนื้อใดๆ แต่สิ่งที่เราจะบาดเจ็บสูญเสีย คือ สติที่เรามีอยู่กับตัว หากสติเราอ่อนแอ เราก็จะท้อแท้ หากสติเราเข้มแข็ง เราจะได้เรียนรู้


              สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดเกิดปัญหา ทุกบทเรียนสร้างเสริมปัญญา เพียงแต่ว่า สติ ต้องมาก่อน หากสติเตลิดหนีบทเรียนที่มีอยู่ คือ ปัญหา อีกมิติหนึ่งของความล้มเหลว คือ ความล้มเหลว คือครู ผู้ให้บทเรียน แก่เรา ตัวเราเองต่างหากที่ยังไม่ดีพอสำหรับความสำเร็จที่เราปรารถนา ทุกบทเรียน ทุกคำสอนที่สะท้อนผ่านผู้สำเร็จ เราได้เรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่ เราเพียงใช้สติปัญญาที่มีอยู่ทำบทเรียนด้วยความเพียร ผลการเรียน คือผลงานที่นำเราสู่ความสำเร็จ 

               ทุกผลการเรียน มีผลนำเราเข้าใกล้ความสำเร็จที่เราต้องการ เราเพียรเล่าเรียนศึกษา ระดับประถม 6 ปี มัธยม 6 ปี ปริญญาตรี 4 ปี ทุกภาคเรียนมีผลการเรียน ทุกผลการเรียนสะท้อน ความเพียร และความสำเร็จที่ได้รับ เราใกล้ความสำเร็จขึ้นทุกทีที่เรายังก้าวไปข้างหน้า ทุกย่างก้าว มีความสำเร็จให้ชื่นชม แต่เราก็ไม่ควรมองข้าม คุณค่าที่ต้องเรียนรู้จากความล้มเหลวที่เราก้าวผ่านมาด้วย


ด้วยรัก
กอบชัย ศรบรรจง